ผลงานผลิตแฟลชไดร์ฟ โลโก้ กลุ่มจังหวัดภาคกลางปริมณฑล

...

ผลงาน แฟลชไดร์ฟ สกรีนโลโก้ usb-perfect

โรงงานผลิตแฟลชไดร์ฟ พร้อมสกรีนโลโก้ฟรี! ขั้นต่ำน้อย มีโรงงานในไทย มีโกดังสต็อคในไทย พร้อมผลิต

  • สั่งทำเพื่อเป็นของแจก ของสมนาคุณ ของพรีเมี่ยม หรือของขวัญในโอกาสต่าง ๆ
  • สามารถสั่งทำเป็นชื่อ ข้อความ โลโก้ ลวดลาย ได้ตามต้องการ

สนใจสินค้า โทร. 02-4081377 หรือ ไลน์ @premiumperfect

ผลงานแฟลชไดร์ฟอื่น ๆ













แฟลชไดร์ฟในเวลานี้ตกยุคแล้วหรือยัง ?

เมื่อพูดถึงศักยภาพการพัฒนาเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ในช่วงตลอด 10 ปี ที่ผ่านมา ถือว่าเป็นอะไรที่รวดเร็วมาก อย่างการถือกำเนิดของวงการBlockchain และ AI ที่เข้ามามีบทบาทจนโลกต้องรีบปรับตัวตามให้ทัน ไหนจะการมาของเครื่องมือหรืออุปกรณ์ใหม่ ๆ ที่เข้ามาช่วยให้การทำงานมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น...

เมื่อพูดถึงศักยภาพการพัฒนาเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ในช่วงตลอด 10 ปี ที่ผ่านมา ถือว่าเป็นอะไรที่รวดเร็วมาก อย่างการถือกำเนิดของวงการ
Blockchain และ AI ที่เข้ามามีบทบาทจนโลกต้องรีบปรับตัวตามให้ทัน ไหนจะการมาของเครื่องมือหรืออุปกรณ์ใหม่ ๆ ที่เข้ามาช่วยให้การทำงานมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น แต่สิ่งหนึ่งที่เราเห็นกันคุ้นตาตั้งแต่อดีตจนปัจจุบันมันก็ยังเป็นสินค้าที่มีขายกันอยู่ทุกที่อย่างแฟลชไดร์ฟกลับยังคงเป็นสิ่งที่ผู้คนต่างเรียกหากันอยู่ตลอด

แฟลชไดร์ฟคืออะไร ?
แฟลชไดร์ฟเป็นอุปกรณ์เก็บข้อมูลชนิดหนึ่งที่ถูกออกแบบมาให้สามารถพกพาและเชื่อมต่อกับอุปกรณ์เพื่อทำการถ่ายโอนข้อมูลภายในคอมพิวเตอร์ ไม่ว่าจะไฟล์เอกสาร โปรแกรมคอมพิวเตอร์ ไฟล์เพลงหรือไฟล์วิดีโอ ก็สามารถจัดการได้หมด โดยการจำหน่ายแฟลชไดร์ฟจะมีราคาแตกต่างกันไปตามขนาดความจุภายในเป็นหลัก ตั้งแต่ 4 GB ถึง 2 TB มีหลากหลายแบบเช่น METAL USB, WOODEN USB, TWISTER USB เป็นต้น

การมาของแฟลชไดร์ฟ
เดิมทีก่อนที่ผู้ควรจะหันมาใช้งานแฟลชไดร์ฟกันอย่างแพร่หลาย ก่อนหน้านั้นเคยเป็นยุคของ CD-ROM Drive หรือที่เรียกกันว่า “ แผ่นซีดีรอม “ ซึ่งมีน้ำหนักเบา มีความบางเล็กสามารถพกพาได้ การทำงานค่อนข้างมีประสิทธิภาพในยุคนั้น โดยจะทำงานด้วยการสะท้อนแสงเลเซอร์ไปยังตัวอ่านข้อมูล แล้วส่งต่อให้ CPU ไปทำการประมวลผล ซึ่งทำได้รวดเร็วและประหยัดเวลา

อย่างไรก็ตามเมื่อมีการผลิตแฟลชไดร์ฟออกมาจำหน่ายมันก็ได้รับความนิยมอย่างรวดเร็ว ด้วยคุณสมบัติที่ทำได้เหนือกว่า CD-ROM Drive ทุกประการ ทั้งการถ่ายโอนข้อมูลที่ทำได้รวดเร็วกว่า ปริมาณความจุข้อมูลที่มากกว่า ความทนทานที่ไม่เสียหายง่าย รวมถึงความสะดวกด้านการพกพาที่ทำได้ง่ายกว่าอย่างชัดเจน แฟลชไดร์ฟจึงกลายมาเป็นอุปกรณ์ชิ้นสำคัญของผู้ที่ทำงานกับคอมพิวเตอร์จะขาดไปไม่ได้ ซึ่งในเวลานี้โรงงานผลิต CD-ROM Drive สำหรับเก็บข้อมูล ก็ได้ประกาศปิดตัวกันไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

การถ่ายโอนและเก็บข้อมูลในปัจจุบัน
แน่นอนว่าวงการเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ย่อมต้องได้รับการพัฒนาไปข้างหน้าอย่างไม่หยุดยั้ง ซึ่งตอนนี้โลกก็ได้มีเครื่องมือสำหรับการเก็บและถ่ายโอนข้อมูลใหม่ ๆ ออกมาแล้ว ทั้ง External Hard Drive ที่เป็นฮาร์ดดิสก์แบบพกพาซึ่งสามารถเก็บข้อมูลได้ในระดับเทเลไบต์ ( TB ) พร้อมกับอ่านข้อมูลได้อย่างรวดเร็ว กับ Cloud Storage บริการเก็บข้อมูลบนพื้นที่ออนไลน์ ที่ไม่จำเป็นต้องเสียเงินซื้ออุปกรณ์ใดเพิ่มเติม ขอแค่คุณมีอินเทอร์เน็ตก็สามารถฝากเก็บไฟล์ข้อมูลต่าง ๆ และยังสามารถเรียกใช้ข้อมูลได้จากอุปกรณ์ทุกเครื่องในต่างสถานที่ได้อีกด้วย

แฟลชไดร์ฟยังจำเป็นอยู่ไหม ?
เมื่อถามว่าแฟลชไดร์ฟยังน่าใช้อยู่ไหมในยุคปัจจุบัน ก็คงต้องตอบว่า แฟลชไดร์ฟยังคงเป็นอุปกรณ์ที่มีความจำเป็นและควรมีพกติดไว้คู่กับการทำงาน เนื่องจากแฟลชไดร์ฟก็มีข้อดีที่น่าใช้งานซึ่งต่างกับ External Hard Drive และ Cloud Storage อยู่ โดยแบ่งออกได้ดังต่อไปนี้

ความต่างกับ External Hard Drive
ถึงแม้ว่า แฟลชไดร์ฟจะสามารถเก็บข้อมูลได้น้อยกว่า แต่ต้องยอมรับว่าในปัจจุบันถือว่ายังมีน้อยนักที่ใครจะมีความจำเป็นต้องเก็บข้อมูลไว้มากถึงระดับเทเลไบต์ นอกจากผู้ที่ทำงานเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์โดยตรงอย่าง นักพัฒนาซอฟต์แวร์ เป็นต้น ขณะที่การทำงานส่วนใหญ่ในออฟฟิศทั่วไปจะยังคงเก็บข้อมูลในระดับกิกะไบต์กันอยู่ ซึ่งบางคนอาจไม่เคยเก็บไฟล์ได้มากถึง 32 GB เลยด้วยซ้ำ
นอกจากนี้แล้วแฟลชไดร์ฟยังมีขนาดเล็กที่พกพาได้สะดวกกว่ามาก พกเก็บไว้ตาม กระเป๋าเสื้อ กระเป๋ากางเกง หรือห้อยติดกับสายคล้องคอเลยก็ได้ ด้วยเหตุนี้พนักงานส่วนมากจึงไม่มีความจำเป็นที่จะต้องถึงกับซื้อ External Hard Drive มาใช้งาน

ความต่างกับ Cloud Storage
เมื่อพูดถึง Cloud Storage ไม่ว่าใครก็ต้องนึกถึง Google drive อันเป็นบริการที่ได้รับความนิยมสูงที่สุด เพราะเป็นสิ่งที่เข้าถึงได้ง่ายที่สุด แต่ทั้งนี้การจะใช้งานมันคุณก็จำเป็นจะต้องเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตที่มีความเร็วมากพอต่อการถ่ายโอนไฟล์ ซึ่งถ้าหากมีสัญญาณไม่สมดุลก็อาจทำให้การดาวน์โหลดไฟล์มีปัญหาหรือทำไม่ได้เลย ในขณะที่แฟลชไดร์ฟนั่นไม่จำเป็นต้องพึ่งพาอินเทอร์เน็ตแต่อย่างใด
ขณะเดียวกันแม้จะเป็นบริการฟรี แต่มันก็ยังมีข้อจำกัดในเรื่องของปริมาณพื้นที่ ซึ่งถ้าหากต้องการจะขยายความจุให้เพิ่มขึ้น ผู้ใช้จำเป็นจะต้องเสียค่าสมัครบริการแบบรายเดือนหรือรายปี โดยนับเป็นเรื่องที่ค่อนข้างจุกจิกพอสมควร

สรุปแล้ว แฟลชไดร์ฟยังถือเป็นอุปกรณ์ที่มีความจำเป็นต่อการทำงานอยู่เหมือนเดิม และยังมีความสอดคล้องกับสายงานอีกมากมาย เพราะมีการใช้งานที่เรียบง่าย อีกทั้งยังมีราคาที่ถูกหาซื้อได้ง่ายและยังถูกใช้เป็นของพรีเมี่ยมโดยจัดเป็น GIFT SET รวมกับสินค้าอื่น ๆ เพื่อใช้เป็นของแจกของสมนาคุณต่าง ๆ

แฟลชไดร์ฟที่เราใช้งานกัน ที่จริงมันทำงานยังไง

อุปกรณ์สำคัญที่เราไว้ใช้ในการเก็บข้อมูลอย่างแฟลชไดร์ฟนั้น ทุกวันนี้ก็ยังถือเป็นอุปกรณ์สามัญสำหรับใครหลายคนอยู่ดี เนื่องจากมีการใช้งานหรือการใช้ประโยชน์ไม่เพียงแค่เป็นการเก็บ หรือการสำรองข้อมูลเพียงเท่านั้น แต่ยังใช้แฟลชไดร์ฟด้วยกันได้ในหลากหลายกรณี...

อุปกรณ์สำคัญที่เราไว้ใช้ในการเก็บข้อมูลอย่างแฟลชไดร์ฟนั้น ทุกวันนี้ก็ยังถือเป็นอุปกรณ์สามัญสำหรับใครหลายคนอยู่ดี เนื่องจากมีการใช้งานหรือการใช้ประโยชน์ไม่เพียงแค่เป็นการเก็บ หรือการสำรองข้อมูลเพียงเท่านั้น แต่ยังใช้แฟลชไดร์ฟด้วยกันได้ในหลากหลายกรณี หรือหลากหลายการใช้งานยกตัวอย่างเช่นการลง Windows ใหม่ อะไรแบบนี้เป็นต้นก็ยังนิยมที่จะใช้แฟลชไดร์ฟกันอยู่ และในยุคปัจจุบันนี้มีการผลิตแฟลชไดร์ฟออกมาหลายรูปแบบให้เข้ากับยุคปัจจุบันยกตัวอย่างเช่น PEN USB ทั่งทั้งสามารถเขียนเอกสารได้จริง ๆ และยังสามารถเป็นแฟลชไดร์ฟที่เก็บข้อมูลได้อีกด้วยและ CARD USB ที่เป็นบัตรคล้ายกับบัตรเคดิต สามารถพกใส่กระเป๋าตังค์ได้สบาย อีกทั้งยังสามารถทำเป็นนามบัตรได้อีกด้วย

แต่สำหรับใครหลายคนที่ใช้อุปกรณ์ชนิดนี้กันอยู่แล้ว อาจจะมีข้อสงสัยกันอยู่บ้างว่าแท้จริงแล้ว อุปกรณ์แฟลชไดร์ฟสามารถที่จะเก็บข้อมูลได้อย่างไร หลักการทำงานของมันเป็นแบบไหน หรือปัจจัยใดส่งผลกระทบต่อข้อมูล หรือมันสามารถที่จะเก็บข้อมูลได้ยาวนานขนาดไหน วันนี้เราจะชวนคุณมาหาคำตอบหรือมาอธิบายให้คุณเข้าใจเกี่ยวกับแฟลชไดร์ฟของคุณกัน

แฟลชไดร์ฟ สามารถเก็บข้อมูลได้อย่างไร

อุปกรณ์แฟลชไดร์ฟจะมีสิ่งหนึ่งที่เรียกว่า NAND Flash Memory เพื่อใช้สำหรับการบันทึกข้อมูล เจ้าตัวนี้เองสามารถที่จะเก็บข้อมูลหรือบันทึกข้อมูลได้โดยที่ไม่จำเป็นต้องอาศัยพลังงานไฟฟ้าเพื่อไปหล่อเลี้ยงหรือไปอยู่ หรือเพื่อสามารถให้คงข้อมูลนั้นเอาไว้ได้ ดังนั้นเจ้าตัวนี้เองจึงมีคุณสมบัติที่ยอดเยี่ยมเป็นอย่างมากในการนำมาผลิตอุปกรณ์สำหรับเก็บข้อมูลพกพาได้อย่างสะดวกสบาย ภายในเจ้าตัว NAND Flash Memory ดังกล่าวนี้จะประกอบไปด้วยเซลล์ของหน่วยความจำ ซึ่งเซลล์แต่ละเซลล์ดังกล่าวนั้น จะมีการกักเก็บอิเล็กตรอนเอาไว้ โดยจะใช้ตัวเลขแทนค่า 1 และค่า 0 เมื่อเวลาผ่านไปนานเข้า อิเล็กตรอนบางตัวที่ถูกกักเก็บอยู่จะหลุดออกไป ส่งผลให้การอ่านข้อมูลที่ว่าทำได้ยากขึ้น และนี่เองทำให้อุปกรณ์แฟลชไดร์ฟมีอายุการใช้งานเช่นเดียวกัน

ปัจจัยที่มีผลกระทบต่อการเก็บข้อมูล

มีปัจจัยมากมายที่ส่งผลกระทบต่อการเก็บข้อมูล หรือกล่าวอีกนัยคือส่งผลกระทบต่ออิเล็กตรอนที่เก็บอยู่ในแต่ละเซลล์ความจำ ที่จะสามารถหลุดออกไปได้ หรือกล่าวให้ง่ายก็คือที่จะทำให้แฟลชไดร์ฟของเรามีอายุการใช้งานที่จะจำกัด มากน้อยเพียงใดขึ้นอยู่กับหลากหลายปัจจัยไม่ว่าจะเป็น เรื่องของคุณภาพการผลิต จำนวนรอบในการเขียนข้อมูล หน่วยความจำแบบนี้มีจำนวนรอบในการเขียนข้อมูลได้จำกัด เมื่อจำนวนรอบที่ใช้สำหรับการเขียนข้อมูลครบแล้ว ความเร็วในการเขียนข้อมูลก็จะเริ่มเสื่อมและเริ่มช้าลงตามกาลเวลา อุณหภูมิที่เราใช้สำหรับการเก็บรักษาอุปกรณ์ชนิดนี้ ก็ส่งผลต่อตัวอุปกรณ์ที่จะทำให้อิเล็กตรอนเกิดการรั่วไหลออกไปได้เร็วขึ้นเช่นเดียวกัน รวมถึงปัจจัยภายนอกอื่นๆอย่างเช่นความชื้นหรือฝุ่น เหล่านี้ก็ส่งผลกระทบเช่นเดียวกัน

แล้วเราสามารถใช้ได้นานแค่ไหน หรือมันสามารถเก็บข้อมูลได้นานแค่ไหนกัน

ที่จริงแล้วเราไม่สามารถที่จะฟันธงหรือให้คำตอบได้อย่างแน่นอน ว่าอุปกรณ์ของเรานั้นมีอายุการใช้งานมากน้อยเท่าไหร่ มันขึ้นอยู่กับหลากหลายปัจจัยมากๆ อย่างที่กล่าวไปในข้างต้นนี้ หากเรารักษาอุปกรณ์ชิ้นนี้เป็นอย่างดี มีการใช้งานแบบปกติ ก็อาจจะใช้งานได้อย่างยาวนานเป็นหลักหลายปี แต่คนส่วนมากก็มักจะทำพังหรือทำหายก่อน ดังนั้นก็ขึ้นอยู่กับการดูแลรักษา การที่เรานำมันมาใช้งานว่ามากน้อยเพียงใด รวมถึงอีกหลายปัจจัยที่จะให้พูดก็คงพูดไม่หมด

แต่ไม่ว่าเราจะใช้งานอุปกรณ์ชนิดนี้มากน้อยเพียงใดก็ตาม การที่เราเลือกมันมาใช้งานเราควรที่จะเลือกแบบที่มีคุณภาพที่ดี ผลิตมาดีแต่แรกเพื่อให้สามารถใช้งานได้อย่างยาวนาน อาจจะลงทุนซื้อของที่มีราคาแพงสักเล็กน้อย การเก็บรักษาก็สำคัญเช่นเดียวกัน เราควรที่จะเก็บเอาไว้ในที่ที่ค่อนข้างเย็นและแห้ง ไม่โดนแดดจัดเป็นเวลานาน
และแฟลชไดร์ฟนั้นนอกจากจะเอาไว้ใช้งาน ยังสามารถเป็นของขวัญได้ด้วย สามารถซื้อแบบเป็น GIFT SET เพื่อเป็นของขวัญให้ใครสักคนที่อาจจะต้องใช้มัน

ผลงาน ผลิตแฟลชไดร์ฟ สกรีนโลโก้ BELL

...

ผลงาน ผลิตแฟลชไดร์ฟโลหะ สกรีนโลโก้ BELL

ผลงาน แฟลชไดร์ฟ สกรีนโลโก้ usb-perfect

โรงงานผลิตแฟลชไดร์ฟ พร้อมสกรีนโลโก้ฟรี! ขั้นต่ำน้อย มีโรงงานในไทย มีโกดังสต็อคในไทย พร้อมผลิต

  • สั่งทำเพื่อเป็นของแจก ของสมนาคุณ ของพรีเมี่ยม หรือของขวัญในโอกาสต่าง ๆ
  • สามารถสั่งทำเป็นชื่อ ข้อความ โลโก้ ลวดลาย ได้ตามต้องการ

สนใจสินค้า โทร. 02-4081377 หรือ ไลน์ @premiumperfect

ผลงานแฟลชไดร์ฟอื่น ๆ













แฟลชไดร์ฟ VS SD Card มีข้อดี ข้อเสียต่างกันอย่างไร เลือกใช้แบบไหนคุ้มกว่า ?

หากพูดถึงการเพิ่มพื้นที่จัดเก็บข้อมูลบนอุปกรณ์พกพาต่าง ๆ เช่น สมาร์ทโฟน แท็บเล็ต กล้องดิจิทัล หรือกระทั่งย้อนไปในยุคที่โทรศัพท์ยังคงเป็นระบบดิจิทัลยุคเริ่มแรก ซึ่งยังไม่ได้เปลี่ยนผ่านเข้าสู่ยุคของสมาร์ทโฟนนั้น...

หากพูดถึงการเพิ่มพื้นที่จัดเก็บข้อมูลบนอุปกรณ์พกพาต่าง ๆ เช่น สมาร์ทโฟน แท็บเล็ต กล้องดิจิทัล หรือกระทั่งย้อนไปในยุคที่โทรศัพท์ยังคงเป็นระบบดิจิทัลยุคเริ่มแรก ซึ่งยังไม่ได้เปลี่ยนผ่านเข้าสู่ยุคของสมาร์ทโฟนนั้น ก็แน่นอนว่าผู้ใช้งานส่วนใหญ่จะรู้จักคุ้นเคยกันดีกับหน่วยความจำเสริมอย่าง SD Card หรือบางคนก็อาจเรียกติดปากว่า Memory Card โดยเป็นลักษณะของชิปการ์ดขนาดเล็กที่สามารถเสียบใส่ติดไว้กับอุปกรณ์ เพื่อให้อุปกรณ์นั้น ๆ มีพื้นที่ในการจัดเก็บไฟล์รูปภาพ วิดีโอ เอกสารเพิ่มเติมจากพื้นที่หน่วยความจำที่ติดมากับตัวเครื่อง พูดง่าย ๆ ก็คือ SD Card เป็นหน่วยความจำเสริมภายในที่สามารถใส่ติดไว้กับตัวโทรศัพท์ แท็บเล็ต กล้องดิจิทัล ได้ ส่วนแฟลชไดร์ฟนั้นเป็นหน่วยความจำเสริมภายนอกที่ไม่ได้ออกแบบมาให้เสียบติดไว้กับอุปกรณ์ใด ๆ ตลอดเวลา ในมุมของผู้ใช้งานอุปกรณ์พกพาสมาร์ทโฟน แท็บเล็ต หรืออุปกรณ์ดิจิทัลขนาดเล็กใด ๆ จึงมักคุ้นเคยกับการใช้งาน SD Card เพื่อเพิ่มพื้นที่จัดเก็บข้อมูลมากกว่านั่นเอง อย่างไรก็ตาม อย่างที่ทราบกันดีว่าปัจจุบันแฟลชไดร์ฟนั้นถูกพัฒนาให้สามารถเสียบเชื่อมต่อกับอุปกรณ์พกพาอย่างสมาร์ทโฟน แท็บเล็ต ผ่านพอร์ต USB-C หรือ Loghting ได้โดยตรงเช่นกัน แม้ว่าจะไม่สามารถเสียบติดไว้กับตัวอุปกรณ์ได้ตลอดเวลาก็ตาม จึงมีผู้ใช้งานบางส่วนหันไปเลือกใช้แฟลชไดร์ฟในการแบ็กอัพข้อมูลจากสมาร์ทโฟน แท็บเล็ต แทนการเสียบ SD Card ติดไว้กับอุปกรณ์ตลอดเวลานอกจากนี้แฟลชไดร์ฟก็ยังมีหลากหลายรูปแบบเช่น Wooden Usb, Metal Usb, Classic Usb เป็นต้น ในบทความนี้จึงจะมาเปรียบเทียบให้ได้เห็นข้อดี ข้อเสียกันว่าระหว่าง SD Card และ แฟลชไดร์ฟ แตกต่างกันอย่างไร โดยเฉพาะการใช้งานร่วมกับอุปกรณ์พกพาเช่น สมาร์ทโฟน แท็บเล็ต แบบไหนใช้ได้คุ้มค่ามากกว่ากัน
ความสะดวกในการใช้งาน ข้อเปรียบเทียบข้อแรกที่ถือว่าเป็นข้อดีของ SD Card ก็คือ ความสะดวกในการใช้งานนั่นเอง เพราะดังที่กล่าวข้างต้นว่า SD Card เป็นหน่วยความจำเสริมที่สามารถเสียบติดไว้กับอุปกรณ์ได้ตลอดเวลา ดังนั้นหากต้องการให้อุปกรณ์ใด ๆ ที่เราใช้งานมีพื้นที่มากขึ้นเพื่อรองรับการจัดเก็บรูปภาพ หรือไฟล์ใหม่ ๆ ที่เราอาจสร้างขึ้น หรือดาวน์โหลดมาเพิ่มเติมตลอดเวลา การเลือกหา SD Card มาเสียบติดไว้กับอุปกรณ์ก็ย่อมตอบโจทย์การใช้งานได้ดีกว่าแฟลชไดร์ฟที่มักจะนำมาเสียบต่อเป็นครั้งคราวอยู่แล้ว
SD Card มีข้อจำกัดเรื่องขนาดพื้นที่ และสเปคอุปกรณ์ มากันที่ส่วนที่เป็นข้อจำกัด หรือข้อเสียของ SD Card กันบ้าง ซึ่งก็คือเรื่องของขนาดพื้นที่ ทั้งนี้แม้ว่าปัจจุบันเราจะสามารถเลือกซื้อ sd card ที่มีความจุหลายร้อยกิกะไบต์ได้ในราคาที่ไม่สูงเท่าไหร่นัก แต่อุปกรณ์สมาร์ทโฟน แท็บเล็ต จากแบรนด์ต่าง ๆ รุ่น ๆ ต่าง ๆ จะมีการกำหนดสเปคสูงสุดที่รองรับได้ไว้ เช่น บางอุปกรณ์กำหนดไว้ที่ 128 GB บางอุปกรณ์กำหนดไว้ที่ 256 GB เป็นต้น ทั้งนี้ก็เพราะการใช้งานพื้นที่ความจำของ SD Card บนอุปกรณ์นั้น ๆ จะกินทรัพยากรเครื่องไปด้วยนั่นเอง ในอุปกรณ์ที่สเปคฮาร์ดแวร์ไม่สูงนัก จึงมักจะรองรับการเพิ่มพื้นที่ความจำเสริมได้ไม่มากนัก ขณะที่การใช้งานแฟลชไดร์ฟเพื่อเสียบเชื่อมต่อ แบ็กอัพ หรือโอนย้ายข้อมูลกับสมาร์ทโฟน แท็บเล็ตใด ๆ นั้น ไม่มีข้อจำกัดเรื่องของขนาดพื้นที่ เราสามารถใช้แฟลชไดร์ฟที่มีขนาดความจุเท่าไหร่ก็ได้มาเสียบเชื่อมต่อเพื่อแบ็กอัพข้อมูลต่าง ๆ ที่ต้องการ
SD Card อาจรบกวนประสิทธิภาพการทำงานของอุปกรณ์ที่สเปคไม่สูง อย่างที่ทราบกันว่าความแตกต่างของ SD Card และ แฟลชไดร์ฟก็คือ การเป็นหน่วยความจำเสริมแบบภายใน และแบบภายนอกนั้นเอง ซึ่งข้อดีของการใช้งานหน่วยความจำเสริมภายนอกอย่างแฟลชไดร์ฟก็คือ การใช้งานนั้นแทบจะไม่กินทรัพยากรเครื่อง ขณะที่การใช้งานหน่วยความจำเสริมภายในแบบ sd card นั้นจะใช้งานทรัพยากรเครื่องอยู่ตลอดเวลา เพราะเท่ากับว่าอุปกรณ์จะต้องมีการอ่าน เรียกดู หรือดึงข้อมูลจากทั้งความจำภายในของตัวเครื่องเอง และความจำของ sd card สำหรับรองรับกิจกรรม หรือคำสั่งต่าง ๆ ของผู้ใช้งานตลอดเวลา ดังนั้นหากเป็นอุปกรณ์ที่สเปคฮาร์ดแวร์ต่ำ และไม่มีความจำเป็นต้องเพิ่มพื้นที่จัดเก็บข้อมูลอยู่ตลอดเวลา การเลือกใช้แฟลชไดร์ฟ USB-C หรือ Lightning เพื่อแบ็กอัพ โอนถ่ายข้อมูลเป็นครั้งคราวก็น่าจะช่วยให้ถนอมทรัพยากรเครื่องให้สามารถใช้งานได้อย่างลื่นไหลดีกว่าการเลือกเสียบ sd card ติดไว้ตลอด สุดท้ายนี้แฟลชไดร์ฟและ SD Card เป็นสิ่งที่มีขนาดเล็ก ควรจะเก็บรักษาให้ดีเพื่อป้องกันการตกหล่นคือสูญหายทางที่ดีควรใช้ Package ที่เป็นถุงผ้าหรือกล่อง

แฟลชไดร์ฟ คุณภาพธรรมดาทั่วไป และ แฟลชไดร์ฟ ระดับสูงต่างกันอย่างไร

ปัจจุบันเมื่อเทคโนโลยีมีความก้าวหน้ามากขึ้นรวมไปถึงความเร็วของ อินเทอร์เน็ต ที่มีมากขึ้นตามไปด้วย นั่นก็หมายถึงปริมาณรับส่งข้อมูลที่มีจำนวนมากยิ่งขึ้นไปด้วยเช่นกันดังนั้นหมายความว่าการใช้งาน แฟลชไดร์ฟ ก็จำเป็นจะต้องมีคุณภาพสูงตามขึ้นไปด้วย แต่ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม...

ปัจจุบันเมื่อเทคโนโลยีมีความก้าวหน้ามากขึ้นรวมไปถึงความเร็วของ อินเทอร์เน็ต ที่มีมากขึ้นตามไปด้วย นั่นก็หมายถึงปริมาณรับส่งข้อมูลที่มีจำนวนมากยิ่งขึ้นไปด้วยเช่นกัน
ดังนั้นหมายความว่าการใช้งาน แฟลชไดร์ฟ ก็จำเป็นจะต้องมีคุณภาพสูงตามขึ้นไปด้วย แต่ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม ยังมีประเภทของผู้ใช้งานอีกจำนวนมาก ที่ไม่ได้อิงกับความต้องการประสิทธิภาพสูงสุดเสมอไป
ความเป็นจริงก็คือยังมีผู้ใช้อีกมากมายที่ยังคงต้องการใช้งาน แฟลชไดร์ฟ เพียงแค่ให้มีหน้าที่สำหรับการเก็บรักษาข้อมูลทั่วไป ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลในเรื่องของการทำงานหรือกิจกรรม
แต่ในทุกระยะเวลาของการขับเคลื่อนเทคโนโลยี เราก็จะพบได้ว่า แฟลชไดร์ฟ ที่มี สเปค หรือความจุ รวมไปถึงความเร็วในการถ่ายโอนข้อมูลแบบเก่า ย่อมที่จะหายไปจากท้องตลาดเสมอ ชนิดที่หาซื้อไม่ได้อีก และทดแทนด้วยสเปคที่สูงกว่า ทำให้ผู้ใช้งานมีการขยับรูปแบบการใช้ไปตามยุคสมัยโดยปริยาย และแฟลชไดร์ฟเองก็ยังยังปรับรูปแบบใหม่อีกมายมายเช่น pen usb, rubber usb, twister usb เป็นต้น
อย่างไรก็ตามสำหรับ แฟลชไดร์ฟ ที่เป็นเกรดการใช้งานทั่วไป บรรดาผู้ใช้งานก็มักจะต้องการเพียงในเรื่องของความจุของข้อมูลที่พอรับได้ โดยเฉพาะเมื่อต้องคำนวณกับราคา
ส่วนในเรื่องความเร็วของประสิทธิภาพถ่ายโอนข้อมูลนั้น หากเป็นผู้ใช้งานทั่วไปก็มักจะไม่ได้ซีเรียสในจุดนี้มากเท่าไหร่

แฟลชไดร์ฟ ประสิทธิภาพสูงนั้นขายให้ใคร?
แฟลชไดร์ฟ ที่มีประสิทธิภาพในการถ่ายโอนข้อมูลได้อย่างรวดเร็ว มักจะเป็นที่ต้องการสำหรับ ผู้ที่มีหน้าที่การงาน ซึ่งต้องถ่ายโอนข้อมูลอยู่เป็นประจำทุกวัน หรือตลอดช่วงของเวลาทำงานในทุกวัน ไม่ว่าจะเป็นผู้มีอาชีพในการตัดต่อภาพ หรือตัดต่อวิดีโอ ทำงานในด้านการประมวลผล หรือทำงานบ้านการออกแบบซึ่งต้องมีการถ่ายโอนข้อมูลไปมาอย่างต่อเนื่อง
หรือผู้ที่ทำงานเกี่ยวกับงานที่ต้องใช้การสำรองข้อมูลอยู่เป็นประจำ ตลอดไปจนถึงงานที่เกี่ยวข้องกับองค์กรหรือบริษัท ที่ต้องใช้การประสานข้อมูลเป็นจำนวนมาก
แม้ในปัจจุบันจะมีระบบ คลาวด์ ให้ใช้แล้วก็ตาม แต่สำหรับ แฟลชไดร์ฟ นั้นก็ยังคงเป็นสิ่งที่จำเป็นจะต้องใช้เป็นองค์ประกอบในการทำงานอยู่เสมอ
และนอกจากเรื่องของความจุข้อมูลและความไวของการถ่ายโอนข้อมูลแล้ว ยังมีเรื่องของคุณภาพสินค้าด้วย ที่แม้แต่ผู้ใช้งานทั่วไปก็ยังให้ความสำคัญในจุดนี้ เพราะแน่นอนว่าการเก็บข้อมูลสำคัญนั้นมักจะควบคู่กับความต้องการเก็บรักษาไว้อย่างยาวนานไปด้วยกัน
นั่นจึงทำให้มี แฟลชไดร์ฟ ในเกรดสูงขึ้นในเรื่องของคุณภาพ และ แบรนด์ ที่เชื่อถือได้มาเป็นอีกทางเลือกในท้องตลาด
อีกทั้ง แฟลชไดร์ฟ บางรุ่นยังมีเทคโนโลยีในการปกป้องข้อมูลด้วย ซึ่งเหมาะอย่างมากสำหรับผู้ที่ทำงานเกี่ยวข้องกับข้อมูลสำคัญทางราชการหรืออื่น ๆ ซึ่งสินค้าบาง แบรนด์ ที่มีการใช้งานในระดับการปกป้องสูง ราคาของสินค้าก็อาจจะมาพร้อมกับราคาของ software ในการปกป้องด้วยนั่นเอง
นอกจากนี้ประสิทธิภาพของ แฟลชไดร์ฟ คุณภาพสูง ก็ยังมีในเรื่องประเด็นของความแข็งแรงทนทาน แฟลชไดร์ฟ บางรุ่นสามารถรองรับได้กับการใช้งานในกิจกรรมที่สมบุกสมบันเช่นทนฝุ่น ทนร้อน ทนหนาว และทนฝนทนความชื้นเป็นต้น
เหมาะสำหรับผู้ใช้งานในภารกิจที่ต้องปฏิบัติงานภายใต้สภาพแวดล้อมแบบลุย ๆ
หรือ แฟลชไดร์ฟ บางรุ่นยังมีความทนทานต่อกระแสไฟ ซึ่งมีการใช้วัสดุคุณภาพสูงที่ให้ความมั่นใจได้ว่า เหตุกระทบทั่วไปที่เกิดขึ้นกับกระแสไฟฟ้า ไม่ว่าจะเป็นกระแสไฟฟ้าตกกระแสไฟฟ้าเกิน หรือเกิดแรงกระชาก ซึ่งมักทำให้อุปกรณ์เกิดความเสียหายนั้น จะลดโอกาสเสี่ยงลง อันเนื่องมาจากวัสดุคุณภาพที่อยู่ภายในโครงสร้างนั้นมักทนทานกว่า

อย่างไรก็ตามในโลกของอุปกรณ์สินค้า แฟลชไดร์ฟ แม้จะมีความหลากหลายและความแตกต่าง รวมไปถึงคุณภาพต่าง ๆ ที่มีให้เลือกซื้ออยู่หลายเกรด แต่สำหรับการใช้งานทั่วไปนั้น แฟลชไดร์ฟ แบบธรรมดาหรือ classic usb ที่มีจำหน่ายอยู่ในท้องตลาดวงกว้าง ก็เพียงพอสำหรับการใช้งานแล้ว
โดยเฉพาะหากต้องการใช้งานแค่เพียงในกิจวัตรประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นนักเรียนนักศึกษาข้าราชการหรือพนักงานเอกชน
แต่เมื่อไหร่ก็ตามหากคุณจะต้องทำงานอยู่ในวงการเฉพาะทาง กรณีนี้ แฟลชไดร์ฟ ในเกรดคุณภาพสูงก็คือสิ่งที่จะตอบโจทย์มากที่สุด

ข้อควรระวัง ในการสั่งผลิตแฟลชไดร์ฟพรีเมี่ยม

ในการเลือกซื้อเลือกหาแฟลชไดร์ฟสักอันมาไว้ใช้งานเก็บไฟล์ข้อมูลต่าง ๆ โอนถ่ายไฟล์ระหว่างอุปกรณ์ สำหรับผู้ใช้งานทั่วไปอย่างเรา ๆ ก็แน่นอนว่ามีวิธีที่ไม่ต่างจากการเลือกซื้อเลือกหาแก็ดเจ็ตชิ้นอื่น ๆ ซึ่งก็คือการเลือกซื้อเลือกหาจากแบรนด์ทั่วไปที่มีวางจำหน่ายอยู่แล้วในตลาด...

ในการเลือกซื้อเลือกหาแฟลชไดร์ฟสักอันมาไว้ใช้งานเก็บไฟล์ข้อมูลต่าง ๆ โอนถ่ายไฟล์ระหว่างอุปกรณ์ สำหรับผู้ใช้งานทั่วไปอย่างเรา ๆ ก็แน่นอนว่ามีวิธีที่ไม่ต่างจากการเลือกซื้อเลือกหาแก็ดเจ็ตชิ้นอื่น ๆ ซึ่งก็คือการเลือกซื้อเลือกหาจากแบรนด์ทั่วไปที่มีวางจำหน่ายอยู่แล้วในตลาด โดยอาจเลือกจากชื่อแบรนด์ที่เราคุ้นหู เลือกจากสเปคที่ตรงตามความต้องการใช้งาน แต่สำหรับองค์กร บริษัท ห้างร้านต่าง ๆ แล้วการมองหาแฟลชไดร์ฟสักตัวไว้ใช้งาน ไม่ว่าจะเป็นการแจกจ่ายให้กับพนักงาน บุคลากรขององค์กร หรือกระทั่งแจกมอบให้กับคู่ค่าทางธุรกิจ ลูกค้า ถือว่าแตกต่างออกไป เพราะแทนที่จะเลือกซื้อเลือกหาสินค้าจากแบรนด์ผู้ผลิตเจ้าต่าง ๆ ที่มีวางจำหน่ายอยู่แล้วในตลาดนั้น ยังมีวิธีที่ดีกว่า ซึ่งก็คือ การเลือกสั่งผลิตจากโรงงานผู้ผลิตโดยตรง เพราะนอกจากจะทำให้ได้เรทราคาที่ถูกลงพอสมควรแล้ว ยังสามารถสั่งสกรีน หรือพิมพ์ลวดลายโลโก้ ข้อความชื่อบริษัท องค์กรลงไปเพื่อช่วยให้การโปรโมทองค์กรได้อีกด้วย อีกทั้งยังมีให้เลือกหลากหลายรูปแบบไม่ว่าจะเป็น WOODEN USB , TWISTER USB , PEN USB และอื่น ๆ อีกมากมายอย่างไรก็ตามการสั่งผลิตแฟลชไดร์ฟกับโรงงานผู้ผลิตเจ้าต่าง ๆ ก็ถือว่ามีข้อเสียที่ผู้สั่งผลิตต้องระวัง ซึ่งแตกต่างจากการเลือกซื้อสินค้าจากแบรนด์มีชื่อในตลาดอยู่หลายจุดเช่นกัน ในบทความนี้จึงได้รวบรวมเอาข้อควรระวังต่าง ๆ ในการสั่งผลิตแฟลชไดร์ฟพรีเมี่ยมจากโรงงานผู้รับผลิตสินค้าพรีเมี่ยมมาบอกกล่าวให้ได้ทราบกัน
คุณภาพฮาร์ดแวร์ จุดแรกที่ต้องบอกว่าเป็นจุดสำคัญที่สุด แต่ก็ระมัดระวังได้ยากที่สุดเช่นกัน ก็คือ คุณภาพของฮาร์ดแวร์ หรือชิ้นส่วนวัสดุที่ผู้ผลิตนำมาผลิตเป็นตัวแฟลชไดร์ฟนั่นเอง ทั้งนี้หากเป็นสินค้าจากแบรนด์ผู้ผลิตมีชื่อต่าง ๆ ที่วางจำหน่ายอยู่ทั่วไปในตลาด ผู้ใช้งานยังพอที่จะประเมินคุณภาพฮาร์ดแวร์ได้จากฟีดแบ็กที่แบรนด์นั้น ๆ ได้รับจากลูกค้า หรือถูกพูดถึงในหมู่ผู้ใช้งาน หรือรีวิวเรื่องของความทนทาน อายุการใช้งาน แต่สำหรับการสั่งผลิตโดยตรงจากโรงงานผู้ผลิตแล้ว ย่อมยากที่จะหาฟีดแบ็กเหล่านี้ ทำให้มีความเสี่ยงที่จะเจอผู้ผลิตที่ใช้ฮาร์ดแวร์ไม่มีคุณภาพ ใช้ชิ้นส่วนวัสดุเกรดต่ำในการผลิตมากกว่า ดังนั้นในการสั่งผลิตแฟลชไดร์ฟพรีเมี่ยมจึงควรเลือกสั่งผลิตกับโรงงานผู้ผลิตที่มีความเชี่ยวชาญในการผลิตสินค้าแก็ดเจ็ตไอที หรือมีประสบการณ์ในการผลิตแก็ดเจ็ตพรีเมี่ยมให้กับแบรนด์ธุรกิจเจ้าดัง ๆ มาบ้างแล้ว
เวอร์ชั่น USB จุดที่ต้องระวังต่อมานอกจากฮาร์ดแวร์โดยรวมของตัวแฟลชไดร์ฟแล้วก็คือ เวอร์ชั่นของพอร์ต USB นั่นเอง ทั้งนี้อย่างที่ทราบกันดีว่า ความเร็วในการรับส่งไฟล์ข้อมูลต่าง ๆ ของแฟลชไดร์ฟแต่ละตัวนั้นมีส่วนสัมพันธ์กันกับเวอร์ชั่นของพอร์ต USB ที่ทางผู้ผลิตให้มา ซึ่งหากเป็นสินค้าจากแบรนด์ผู้ผลิตแก็ดเจ็ตที่มีวางจำหน่ายทั่วไปในท้องตลาด เวอร์ชั่น USB มักมีการเปลี่ยนแปลง อัปเดตไปตามรุ่นสินค้า และช่วงเวลาที่วางจำหน่ายอยู่แล้ว ตัวอย่างเช่น สินค้าที่ผลิตออกมาวางจำหน่ายปีที่แล้ว อาจจะมาพร้อมกับพอร์ต USB 3.0 ขณะที่สินค้าที่ทำออกมาวางจำหน่ายในปีนี้ อาจมาพร้อมกับ USB 3.2 แต่สำหรับการสั่งผลิตสินค้าปริมาณมาก ๆ โดยตรงกับทางผู้ผลิต โรงงานผู้ผลิตแต่ละรายอาจไม่ได้เลือกใช้พอร์ต USB เวอร์ชั่นล่าสุดเสมอไป ตรงกันข้ามอาจเลือกใช้ USB เวอร์ชั่นต่ำ ๆ เช่น USB 2.0, USB 2.1 เพื่อลดต้นทุนให้ต่ำลงที่สุดเท่าที่จะทำได้ ดังนั้นก่อนการสั่งผลิตแฟลชไดร์ฟพรีเมี่ยมกับโรงงานผู้ผลิตใด ๆ จึงควรสอบถาม ตรวจเช็คให้แน่ใจก่อนว่า ผู้ผลิตเลือกใช้พอร์ต USB เวอร์ชั่นใดในการผลิต
ดีไซน์การออกแบบ อีกหนึ่งจุดที่หลายคนอาจไม่คิดว่าจะเป็นปัญหา แต่ก็เป็นจุดที่สร้างปัญหาให้กับผู้ใช้งานหลายคนก็คือ ดีไซน์การออกแบบที่ไม่สัมพันธ์กับการใช้งานนั่นเอง ทั้งนี้อย่างที่ทราบกันว่าการสั่งผลิตแฟลชไดร์ฟพรีเมี่ยมนั้น โรงงานผู้ผลิตจะผลิตตามแบบที่ผู้สั่งผลิตต้องการ ซึ่งบางครั้งดีไซน์ที่ผู้สั่งผลิตออกแบบมาเองอาจผิดแปลกไปจากรูปทรงมาตรฐานทั่วไป จึงตามมาด้วยปัญหาติดขัดในการใช้งานบางจุดได้ เช่น ก้านของพอร์ต USB ที่ยื่นออกมายาวเกินมาตรฐาน ทำให้เวลาเสียบใช้งานกับอุปกรณ์ใด ๆ แล้วไม่แน่นกระชับ หรือเข้าล็อคได้พอดีเหมือนแฟลชไดร์ฟรูปทรงมาตรฐานทั่วไป นอกจากนี้ส่วนโลหะของพอร์ต USB ที่ยื่นออกมามากเกินไปก็อาจส่งผลต่อประสิทธิภาพการเชื่อมต่อในระยะยาวอีกด้วยทางที่ดีควรเลือกใช้รูปแบบที่ผู้คนใช้กันอย่างเช่น METAL USB , CARD USB เป็นต้น

แฟลชไดร์ฟ ปลอดภัยขนาดไหนในปี 2024

ถึงแม้จะมีเทคโนโลยีสำหรับการเก็บข้อมูลผ่านอินเทอร์เน็ต หรือการใช้ระบบ Cloud ในการเก็บข้อมูลในปัจจุบัน แต่ถึงอย่างนั้นการใช้อุปกรณ์แฟลชไดร์ฟ ก็ยังคงมีผู้ใช้งานอยู่เป็นจำนวนหนึ่ง ทั้งในกรณีที่เก็บข้อมูลทั่วไป โอนย้ายหรือถ่ายข้อมูล ใช้ในการลงระบบปฏิบัติการ Windows ใหม่...

ถึงแม้จะมีเทคโนโลยีสำหรับการเก็บข้อมูลผ่านอินเทอร์เน็ต หรือการใช้ระบบ Cloud ในการเก็บข้อมูลในปัจจุบัน แต่ถึงอย่างนั้นการใช้อุปกรณ์แฟลชไดร์ฟ ก็ยังคงมีผู้ใช้งานอยู่เป็นจำนวนหนึ่ง ทั้งในกรณีที่เก็บข้อมูลทั่วไป โอนย้ายหรือถ่ายข้อมูล ใช้ในการลงระบบปฏิบัติการ Windows ใหม่ หรือไม่ว่าจะในกรณีใดก็ตาม เราก็ยังเห็นมีผู้ใช้งานอุปกรณ์แฟลชไดร์ฟกันอยู่ ซึ่งในปัจจุบันก็มีประโยชน์มากมายมหาศาลเหมือนเมื่อก่อน นอกจากนี้เหตุที่หลายคนยังคงใช้แฟลชไดร์ฟกันอยู่เนื่องจากเป็นอุปกรณ์เก็บข้อมูลที่มีราคาถูก และไม่ได้แพงเหมือนกับสมัยก่อน ซึ่งในปัจจุบันนี้ก็ออกแบบมามากมายหลายแบบเพื่อให้เข้ากับยุคปัจจุบัน เช่น pen usb , rubber usb

และสำหรับในปี 2024 นี้ หลายคนอาจเกิดข้อสงสัยขึ้นมาว่า อุปกรณ์แฟลชไดร์ฟที่เราเคยใช้งานกันอย่างแพร่หลายนี้ ถึงแม้ในปัจจุบันจะมีเทคโนโลยีมากมายสำหรับใช้ในการเก็บข้อมูลที่มีความปลอดภัย และรัดกุมมากกว่าอยู่ในปัจจุบันแล้ว แต่อุปกรณ์แฟลชไดร์ฟในเรื่องของการใช้งานนั้นมีความปลอดภัยมากน้อยเท่าไหร่ในปัจจุบัน มีโอกาสที่จะโดนแฮกหรือผู้ไม่หวังดีมาทำลายข้อมูลหรือขโมยข้อมูลได้มากน้อยเพียงใด ในวันนี้เราจะมาให้คำตอบคุณเกี่ยวกับระบบรักษาความปลอดภัยของอุปกรณ์แฟลชไดร์ฟ ว่ามีความปลอดภัยจริงหรือไม่ หรือมีความปลอดภัยมากน้อยเท่าไหร่ เพื่อไว้พิจารณาสำหรับใครหลายคนที่ต้องการจะใช้อุปกรณ์ชนิดนี้ในการเก็บข้อมูล หรือใช้งานไม่ว่าจะในกรณีใดก็ตาม

ความปลอดภัยของแฟลชไดร์ฟในปัจจุบัน

หากถามว่าอุปกรณ์แฟลชไดร์ฟที่เราใช้งานกันอยู่ในปัจจุบันนี้มีความปลอดภัยหรือไม่ หรือแม้กระทั่งมันมีความปลอดภัยมากน้อยเท่าไหร่ เราขอบอกคุณได้อย่างเต็มปากเลยว่า อุปกรณ์แฟลชไดร์ฟที่มีการใช้งานอยู่ในปัจจุบันในปี 2024 นี้ มีระบบรักษาความปลอดภัยอยู่ในระดับที่ค่อนข้างดี เนื่องจากเทคโนโลยีสมัยใหม่นั้น ถูกออกแบบมาเพื่อความปลอดภัยของข้อมูล แต่อย่างไรก็ตาม เราก็ไม่อาจที่จะนิ่งนอนใจได้ เนื่องจากถึงจะปลอดภัยเพียงใดก็ยังมีโอกาสที่อุปกรณ์ของเราจะถูกผู้ไม่หวังดีนำไปใช้งานได้ แต่ก็อีกนั่นแหละ เราก็ยังคงสามารถป้องกันได้โดยการรักษาความปลอดภัยของอุปกรณ์ ซึ่งสามารถทำได้อีกมากมายหลากหลายวิธี

วิธีการในการรักษาความปลอดภัยของข้อมูล

วิธีการในการรักษาความปลอดภัยของข้อมูลของเราก็มีอยู่ด้วยกันมากมายหลายวิธียกตัวอย่างเช่น ในปัจจุบันมีการให้ใส่รหัสผ่านสำหรับอุปกรณ์บางชิ้นหรือบางเจ้า โดยเราจำเป็นที่จะต้องใส่รหัสผ่านเมื่อต้องการที่จะเปิดใช้งานอุปกรณ์ วิธีนี้เป็นวิธีเบื้องต้นและพื้นฐานที่ทำให้เราไม่ต้องกังวล ว่าใครจะหยิบอุปกรณ์ของเราไปใช้งาน เนื่องจากมีการรักษาความปลอดภัยขั้นพื้นฐานของเราไว้แล้ว โดยระบบของ Windows จะขึ้นให้เราทำการใส่รหัสผ่าน เพื่อทำการปลดล็อคในการเข้าถึงข้อมูลทุกครั้ง แน่นอนว่าหลักการในการตั้งรหัสผ่าน เราหลายคนน่าจะทราบกันอยู่แล้วว่าควรตั้งให้มีความซับซ้อน ความยาวที่อยู่ในระดับพอเหมาะ และเพื่อให้คนอื่นคาดเดาได้ยาก

การโหลดข้อมูลจากเว็บไซต์ที่ไม่น่าเชื่อถือ

และจากสถิติแล้ว ในการโจรกรรมข้อมูลต่างๆนั้น เกิดขึ้นได้ง่ายที่สุดจากการที่เราดาวน์โหลดข้อมูลจากเว็บไซต์ที่ไม่น่าเชื่อถือมาใช้งาน นอกจากข้อมูลของเราอาจเกิดความเสียหายได้แล้ว ถูกขโมยได้แล้ว คอมพิวเตอร์หรือตัวอุปกรณ์ของเราอาจจะติดไวรัสได้ด้วย ไม่ว่าการดาวน์โหลดข้อมูลต่างๆจะเป็นไฟล์ในรูปแบบวิดีโอ รูปแบบไฟล์เพลง เป็นเอกสาร หรือเป็นอะไรก็ตาม หากมาจากแหล่งเว็บไซต์ที่ไม่น่าเชื่อถือ การสแกนไวรัสก็ยังถือเป็นวิธีการสุดคลาสสิคที่เราสมควรทำอยู่ดี เนื่องจากอย่างน้อยมันสามารถที่จะให้ความปลอดภัยกับเราได้ในระดับหนึ่ง

อีกในกรณีหนึ่งที่เป็นปัญหาสำหรับผู้ใช้งานอุปกรณ์ชนิดนี้ คือการทำมันหายหรือตกหล่น เนื่องจากอุปกรณ์ชนิดนี้โดยปกติจะค่อนข้างมีขนาดเล็ก ดังนั้นอาจมีโอกาสหายและตกหล่นระหว่างทางได้ ปัญหานี้เป็นปัญหาเล็กที่เราไม่ควรที่จะมองข้าม อาจจะเก็บรักษามันไว้ โดยการนำมาห้อยไว้กับอุปกรณ์ใดก็ตาม หรืออาจจะต้องเก็บไว้ใน Package ที่เป็นถุงผ้าหรือกล่อง

เช็คลิสต์ ข้อควรรู้ก่อนเลือกซื้อแฟลชไดร์ฟไอโฟนมาใช้งาน

อย่างที่ทราบกันดีว่าปัจจุบันหนึ่งในทางเลือกในการเพิ่มขนาดพื้นที่ในการจัดเก็บไฟล์บนมือถือ หรือสมาร์ทโฟนที่ได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อย ๆ ก็คือการใช้งานแก็ดเจ็ตอย่างแฟลชไดร์ฟเชื่อมต่อเข้าตัวสมาร์ทโฟนโดยตรงเพื่อโอนถ่ายไฟล์ข้อมูลต่าง ๆ...

อย่างที่ทราบกันดีว่าปัจจุบันหนึ่งในทางเลือกในการเพิ่มขนาดพื้นที่ในการจัดเก็บไฟล์บนมือถือ หรือสมาร์ทโฟนที่ได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อย ๆ ก็คือการใช้งานแก็ดเจ็ตอย่างแฟลชไดร์ฟเชื่อมต่อเข้าตัวสมาร์ทโฟนโดยตรงเพื่อโอนถ่ายไฟล์ข้อมูลต่าง ๆ มาไว้บนแฟลชไดร์ฟแทนก่อนที่จะทำการลบไฟล์ที่อยู่บนสมาร์ทโฟน เพื่อเคลียร์พื้นที่หน่วยความจำให้เหลือว่างเพียงพอสำหรับรองรับไฟล์ใหม่ ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับสมาร์ทโฟนจากแบรนด์เจ้าอย่างดังอย่างแอปเปิ้ล ซึ่งแต่ละรุ่นไม่ได้ทำออกมารองรับการเพิ่มพื้นที่ความจำภายใน หรือการใส่ SD Card เข้าไปในตัวโทรศัพท์ ทำให้ผู้ใช้งานต้องหาวิธีจัดการกับปัญหาพื้นที่ความจำภายในเครื่องเต็มมากกว่าผู้ใช้งานฝั่งสมาร์ทโฟนแอนดรอยด์ที่แต่ละรุ่น แต่ละแบรนด์มักจะมาพร้อมระบบรองรับการเพิ่มความจำเสริมตั้งแต่ 64GB ขึ้นไป อย่างไรก็ตามการเลือกหาแฟลชไดร์ฟสำหรับใช้งานกับไอโฟนให้ตอบโจทย์การใช้งานจริง และสามารถใช้งานได้ในระยะยาวแบบไม่มีปัญหาติดขัดใด ๆ ถือว่าไม่ใช่เรื่องง่ายเหมือนกัน เพราะโดยพื้นฐานของแก็ดเจ็ตชิ้นนี้ถูกพัฒนาขึ้นมาสำหรับใช้งานกับคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ หรือแล็ปท็อป โดยความพยายามในการพัฒนาตัวแก็ดเจ็ตให้ซัพพอร์ตอุปกรณ์พกพาอย่างสมาร์ทโฟนเพิ่งจะเกิดขึ้นในช่วงไม่กี่ปีหลังนี้ อีกทั้งตัวเลือกแบรนด์แฟลชไดร์ฟที่มีให้เราได้เลือกใช้งานในตลาดตอนนี้ก็มีมากมายซะจนแยกได้ยากว่าแบรนด์ไหนบ้างที่มีคุณภาพดีตรงตามคำโฆษณาอีกทั้งยังมีหลากหลายรูปแบบเช่น metal usb, leather usb, twister usb ในบทความนี้จึงได้นำเอาข้อควรรู้ต่าง ๆ ในการใช้งานแฟลชไดร์ฟไอโฟนมาแนะนำบอกกล่าวให้ผู้ใช้งานได้ใช้เป็นเช็คลิสต์ก่อนตัดสินใจซื้อมาใช้งานกัน

เลือกพอร์ตเชื่อมต่อให้ตรงกับรุ่นไอโฟนที่เราใช้งาน ข้อควรระวังจุดแรกที่ผู้ใช้งานอาจจะพลาดได้ง่าย ๆ ก็คือพอร์ตเชื่อมต่อของแฟลชไดร์ฟที่เราจะตัดสินใจเลือกซื้อเลือกหามาใช้งานนั่นเอง เพราะสมาร์ทโฟนไอโฟนเจเนอเรชั่นเดิม ๆ นั้นจะมาพร้อมกับพอร์ต Lightning ที่หลายคนคุ้นเคยกันมานานหลายปี แต่สำหรับเจเนอเรชั่นหลัง ๆ ที่วางจำหน่ายในช่วงไม่กี่หลังนี้ได้มีการเปลี่ยนไปใช้พอร์ตมาตรฐานเดียวกับสมาร์ทโฟแอนดรอยด์ ซึ่งก็คือพอร์ต USB-C ดังนั้นก่อนการตัดสินใจเลือกซื้อแฟลชไดร์ฟรุ่นใด ๆ จากแบรนด์ ๆ จึงต้องเช็คให้แน่ใจก่อนว่าพอร์ตเชื่อมต่อเป็นแบบใด โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับการสั่งซื้อผ่านช่องทางออนไลน์ ซึ่งไม่สามารถตรวจเช็คสินค้าจริงก่อนได้ อีกทั้งแบรนด์ผู้ผลิตบางรายก็อาจระบุในคำโฆษณาเพียงข้อความ “For iPhone” ที่อาจทำให้ผู้ใช้งานเข้าใจผิดได้ว่าสามารถใช้กับไอโฟนของตนเองได้

หลีกเลี่ยงแบรนด์โนเนมที่ไม่รู้จัก ปัญหายอดฮิตปัญหานึงที่ผู้ใช้งานแฟลชไดร์ฟไอโฟนหลายคนพบเจอก็คือ พลาดเลือกใช้งานแบรนด์ที่มีคุณภาพฮาร์ดแวร์ไม่ดี หรือไม่ได้มาตรฐานนั่นเอง ซึ่งผลลัพธ์ที่ตามมาก็คือเมื่อใช้งานไปได้สักพัก การเชื่อมต่อแฟลชไดร์ฟเข้ากับไอโฟนของตัวเองจะเกิดข้อผิดพลาด อุปกรณ์อาจมองไม่เห็นข้อมูล อ่านข้อมูลใด ๆ บนไดร์ฟได้เลย หรือสามารถมองเห็นข้อมูลบนไดร์ฟได้ แต่ไม่สามารถเปิด เรียกดู คัดลอก โอนย้ายได้ เป็นต้น ดังนั้นในการเลือกซื้อเลือกหาแฟลชไดร์ฟสำหรับใช้งานกับไอโฟนจึงควรหลีกเลี่ยงแบรนด์โนเนมที่ไม่รู้จัก โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับแบรนด์ที่พยายามพรีเซนต์ว่าเป็นแฟลชไดร์ฟสำหรับไอโฟนโดยเฉพาะ หรือไดร์ฟภายนอกอย่างเป็นทางการสำหรับไอโฟน ซึ่งนับเป็นกลยุทธ์การโฆษณาที่แบรนด์หน้าใหม่มักใช้กระตุ้นให้ผู้ใช้งานไอโฟนตัดสินใจซื้อสินค้าของตัวเองได้ง่ายขึ้น ทั้งนี้ควรรักษาแฟลชไดร์ฟดี ๆ อย่างการใส่ package ที่เป็นกล่องหรือถุงผ้าเพื่อป้องกันการตกหล่นที่ทำให้เกิดการชำรุดเสียหาย นอกจากนี้ไม่เสียบใช้งานแฟลชไดร์ฟกับหลายอุปกรณ์ แม้ว่าโดยทั่วไปแล้วแฟลชไดร์ฟแต่ละรุ่น แต่ละแบรนด์จะสามารถเสียบเชื่อมต่อได้กับหลายอุปกรณ์ ตัวอย่างเช่น แฟลชไดร์ฟสำหรับไอโฟนที่มาพร้อมกับพอร์ต Lightning ก็อาจมีพอร์ตเชื่อมต่ออีกด้านเป็นแบบ USB-A สำหรับเสียบใช้งานกับคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ แล็ปท็อป แต่สิ่งที่ควรระวังระวังในการใช้งานแฟลชไดร์ฟกับไอโฟนก็คือการหลีกเลี่ยงใช้งานแฟลชไดร์ฟกับหลายอุปกรณ์ เพราะอย่างที่ทราบกันดีว่าระบบปฏิบัติการที่รันการทำงานคอมพิวเตอร์ กับสมาร์ทโฟนไอโฟนนั้นแตกต่างกัน การนำแก็ดเจ็ตไปเสียบใช้งานกับหลายอุปกรณ์อาจทำให้มีการเก็บไฟล์ที่รองรับเฉพาะอุปกรณ์ใดอุปกรณ์นึง ซึ่งเมื่อนำกลับไปเสียบเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ที่ไม่รองรับก็อาจนำมาซึ่งอาการ Error หรือการรันการทำงานที่ผิดพลาดของตัวเฟิร์มแวร์บนแก็ดเจ็ตจนทำให้อุปกรณ์คอมพิวเตอร์ หรือไอโฟนของเราทำงานผิดพลาด และตามมาด้วยความเสี่ยงที่จะสูญเสียไฟล์ข้อมูลบางไฟล์ไปด้วยนั่นเอง