แฟลชไดร์ฟบัตรเครดิต รูปแบบใหม่ของการพกพาที่มาพร้อมกับความแนบเนียน

แฟลชไดร์ฟ เป็นอุปกรณ์ที่ได้รับความนิยมอย่างมากสำหรับการบันทึกข้อมูลที่สำคัญต่าง ๆ ในการทำงานหรือการศึกษา ซึ่งแฟลชไดร์ฟนั้น ได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน แฟลชไดร์ฟที่ใครหลาย...

แฟลชไดร์ฟ เป็นอุปกรณ์ที่ได้รับความนิยมอย่างมากสำหรับการบันทึกข้อมูลที่สำคัญต่าง ๆ ในการทำงานหรือการศึกษา ซึ่งแฟลชไดร์ฟนั้น ได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน แฟลชไดร์ฟที่ใครหลาย ๆ คนคุ้นเคยอาจจเป็นแฟลชไดร์ฟคลาสสิคหรือแฟลชไดร์ฟทวิสเตอร์ ที่เป็นการออกแบบของแฟลชไดร์ฟเพื่อใช้งานในช่วงแรก  ๆ แต่ในการบันทึกข้อมูลสำคัญต่าง ๆ นั้น มักจะต้องมีข้อมูลบางข้อมูลที่เป็นข้อมูลสำคัญและจำเป็นอย่างมากที่เราจะต้องจัดเก็บข้อมูลเหล่านั้นไม่ให้สูญหาย เช่น ข้อมูลด้านบัญชีการเงินต่าง ๆ ที่สำคัญ ซึ่งการพกพาแฟลชไดร์ฟในรูปแบบธรรดาทั่วไปก็อาจจะมีเปอร์เซ็นต์ความเสี่ยงที่จะทำข้อมูลสูญหายได้มาก ทางผู้ผลิตเองจึงได้มีการออกแบบแฟลชไดร์ฟอีกรูปแบบหนึ่งที่ง่ายต่อการจัดเก็บ นั่นก็คือแฟลชไดร์ฟบัตรเครดิต หรือ แฟลชไดร์ฟการ์ดนั่นเอง

แฟลชไดร์ฟการ์ดนั้นไม่ได้มีคุณสมบัติที่แตกต่างจากแฟลชไดร์ฟรูปแบบทั่วไปเลย คือยังคงมีความจุและความสามารถในการบันทึกข้อมูลได้เทียบเท่ากับแฟลชไดร์ฟทั่วไป เพียงแต่รูปแบบภายนอกของแฟลชไดร์ฟการ์ดนั้นจะแตกต่างจากแฟลชไดร์ฟรูปแบบอื่น ๆ ตรงที่ แฟลชไดร์ฟการ์ดถูกออกแบบมาให้มีรูปร่างคล้ายกับบัตรเครดิตเพื่อเหมาะสำหรับการพกพาที่ง่ายมากขึ้นกว่าเดิม โดยยังสามารถใช้พรางตาจากผู้ที่ไม่หวังดีในการโจรกรรมข้อมูลที่สำคัญต่าง ๆ ได้อีกด้วย

แฟลชไดร์ฟการ์ดนั้น มีการใช้งานวัสดุที่หลากหลายอย่างมากในการผลิต ทั้งโลหะ พลาสติก หรือแม้แต่ไม้ ก็สามารถนำมาผลิตในรูปแบบของแฟลชไดร์ฟการ์ดได้ทั้งสิ้น ซี่งแฟลชไดร์ฟการ์ดจะถูกออกแบบมาให้ตัวแถบอิเล็กทรอนิกส์ที่ใช้สำหรับเสียบเข้าเครื่องคอมพิวเตอร์นั้นสามารถพับเก็บเข้าตัวการ์ดได้เพื่อความแนบเนียน และยังสามารถพกใส่กระเป๋าสตางค์ง่าย ๆ โดยไม่ต้องกังวลเกี่ยวกับการสูญหายเลยด้วย

ปัจจุบันนั้น แฟลชไดร์ฟการ์ดนั้นอาจจะยังไม่ได้รับความนิยมในการใช้งานมากเท่าที่ควร อาจจะด้วยรูปแบบของแฟลชไดร์ฟที่ค่อนข้างแปลกตา และส่วนหัวของแฟลชไดร์ฟที่มีลักษณะค่อนข้างเล็กทำให้หลาย ๆ คนอาจจะเกิดการกังวลเกี่ยวกับความทนทานและความจุในการใช้งาน แต่จริง ๆ แล้วนั้น การที่แฟลชไดร์ฟการ์ดนั้นมีการออกแบบให้พับตรงส่วนหัวเข้ากับตัวการ์ดได้ส่วนหนึ่งก็เพื่อป้องกันความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นกับแฟลชไดร์ฟนั่นเอง

ข้อสำคัญอีกอย่างหนึ่งที่เป็นข้อดีของการใช้งานแฟลชไดร์ฟการ์ดคือ แฟลชไดร์ฟการ์ดนั้นสามารถทนแรงกระแทกได้ดีกว่าแฟลชไดร์ฟรูปแบบอื่น ๆ เนื่องจากรูปทรงของแฟลชไดร์ฟที่ออกแบบมาให้แฟลชไดร์ฟชนิดนี้มีน้ำหนักที่เบามาก เมื่อตกกระทบสู่ผิวโลกโดยที่มีแรงต้านก็จะทำให้ช่วยป้องกันแรกกระแทกได้มากกว่าตามหลักวิทยาศาสตร์

แฟลชไดร์ฟการ์ดนั้น นอกจากจะมีไว้สำหรับการพกพาที่ง่ายแล้ว ยังได้รับความนิยมอย่างมากในการมอบเป็นของชำร่วยหรือของขวัญ โดยคนส่วนใหญ่นิยมพิมพ์การ์ดงานแต่งลงบนแฟลชไดร์ฟการ์ดเพื่อสร้างความแตกต่างที่ไม่เหมือนใคร หรือบางคนจะใช้วิธีการบันทึกเรื่องราวความรัก วีดีโด รูปภาพลงในแฟลชไดร์ฟก่อนการส่งมอบก็ได้เช่นกัน

อย่างไรก็ตาม ในการใช้งานแฟลชไดร์ฟไม่ว่าจะเป็นรูปแบบใดก็ตาม เราควรศึกษาวิธีการในการเลือกซื้อแฟลชไดร์ฟแต่ละรูปแบบให้เหมาะสมต่อการใช้งานที่จำเป็นในชีวิตประจำวัน นอกจากนี้ยังควรศึกษาข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับการใช้งานแฟลชไดร์ฟที่ถูกต้องว่ามีการใช้งานแบบไหนและแฟลชไดร์ฟนั้นควรเก็บรักษาอย่างไรเพื่อยืดอายุการใช้งานของแฟลชไดร์ฟให้นานมากที่สุด

ไม่ใช่เพียงแต่การศึกษาข้อมูลในการเก็บรักษาเท่านั้น แต่การเลือกซื้อแฟลตไดร์ฟจากโรงงานหรือผุ้ผลิตที่มีความน่าเชื่อถือในการจำหน่ายสินค้าก็เป็นเรื่องสำคัญมากเช่นกัน เพราะอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์เกือบทุกชนิดนั้นควรจะมีการรับประกันสินค้าภายหลังจากการจำหน่ายอย่างน้อย 7 วัน เพื่อป้องกันสินค้าหลุดการตรวจสอบหรือสินค้าไม่ได้คุณภาพเท่าที่ควรจะเป็น

อันตรายหรือไม่ หากใช้วัสดุรีไซเคิลมาผลิตแฟลชไดร์ฟ

เปลี่ยนเป็นการใช้ถุงผ้าหรือถุงกระดาษแทน นอกจากนี้ก็ยังมีการรณรงค์และร่วมมือกันในการลดภาวะโลกร้อนในอีกหลาย ๆ ด้าน ทั้งนี้ก็รวมถึงการดัดแปลงการใช้วัสดุในการผลิตอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่าง ๆ อย่างเช่น...

ในช่วงปีที่ผ่านมานั้น มีการปรับเปลี่ยนรูปแบบการใช้ชีวิตของคนส่วนใหญ่ในสังคมเกี่ยวกับเรื่องของการจับจ่ายเลือกซื้อสินค้า โดยที่ห้างสรรพสินค้าและร้านสะดวกซื้อต่าง ๆ ต่างออกมาประกาศเพื่อรณรงค์ให้ประชาชนทุกคนในทุกพื้นที่งดใช้ถุงพลาสติกในการซื้อสินค้าและเปลี่ยนเป็นการใช้ถุงผ้าหรือถุงกระดาษแทน นอกจากนี้ก็ยังมีการรณรงค์และร่วมมือกันในการลดภาวะโลกร้อนในอีกหลาย ๆ ด้าน ทั้งนี้ก็รวมถึงการดัดแปลงการใช้วัสดุในการผลิตอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่าง ๆ อย่างเช่น แฟลชไดร์ฟหรือแม้แต่เคสโทรศัพท์มือถือรวมถึงภาชนะที่ใช้สำหรับใส่อาหารก็มีการเลือกใช้วัสดุรีไซเคิลเช่นเดียวกัน

ถ้าจะพูดถึงแฟลชไดร์ฟนั้น ในปัจจุบันมีการออกแบบแฟลชไดร์ฟมาหลากหลายรูปแบบ รวมถึงการเลือกใช้วัสดุต่าง ๆ ที่แตกต่างกัน ทั้งแฟลชไดร์ฟยาง แฟลชไดร์ฟโลหะ หรือแม่แต่การพัฒนาด้านรูปแบบเช่นแฟลชไดร์ฟปากกาเป็นต้น สาเหตุที่มีการเลือกวัสดุสำหรับออกแบบแฟลชไดร์ฟที่แตกต่างกันก็เพื่อเพิ่มความหลากหลายให้กับผู้บริโภคในการเลือกซื้อ เพราะผู้บริโภคบางคนมีความชื่นชอบและนิยมเครื่องหนัง ก็สามารถเลือกซื้อเลือกใช้แฟลชไดร์ฟหนังได้ หรือผู้บริโภคที่ต้องการเลือกซื้อแฟลชไดร์ฟเพื่อมอบเป็นของของหรือของชำร่วยก็สามารถเลือกวัสดุที้ชื่อชอบได้อย่างไร้ขีดจำกัด

นอกจากนี้แล้ว วัสดุแต่ละรูปแบบที่เราได้เลือกนำมาผลิตแฟลชไดร์ฟนั้น ยังช่วยเพิ่มความแข็งแรงทนทานให้กับตัวแฟลชไดร์ฟเองด้วย ซึ่งการออกแบบลักษณธภายนอกก็มีความสำคัญที่ควรจะออกแบบให้สอดคล้องกับวัสดุนั้น ๆ เช่นกัน แต่ก็ยังมีวัสดุอีกรูปแบบหนึ่งที่ก็ได้รับความสนใจอย่างมากในการนำมาใช้เป็นวัสดุหลักในการประกอบแฟลชไดร์ฟ นั่นก็คือ วัสดุรีไซเคิล

แต่การที่จะนำวัสดุรีไซเคิลมาทำแฟลชไดร์ฟได้นั้น ก็ต้องผ่านการพิจารณาถึงปัญหาหลาย ๆ อย่างที่อาจจะเกิดข้อโต้แยงจากผู้บริโภคได้ เช่น ผู้บริโภคส่วนใหญ่จะเกิดความกังวลว่า อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ชนิดใดก็ตามควรใช้วัสดุที่มีความแข็งแรงทนทาน มีคุณภาพมาตรฐานและทนความร้อนได้ และบางส่วนก็คิดว่า การใช้วัสดุรีไซเคิลมาใช้ในการผลิตแฟลชไดร์ฟนั้นจะส่งผลให้แฟลชไดร์ฟมีคุณภาพและอายุการใช้งานที่ลดน้อยลงหรือไม่

ความจริงแล้วนั้น วัสดุภายนอกของตัวแฟลชไดร์ฟนั้นเป็นเพียงแค่เปลือกภายนอกที่คอยปกป้องไม่ให้แผ่นชิฟหรือส่วนหัวของตัวแฟลชไดร์ฟเกิดความเสียหายเท่านั้นเอง ไม่ได้จำเป็นเลยว่าจะต้องเป็นวัสดุที่ทนความร้อน เพราะตัวแฟลชไดร์ฟเองนั้นไม่ได้เกิดความร้อนขณะที่มีการใช้งาน นอกจากนั้นแล้ว วัสดุรีไซเคิล ไม่ใช่วัสดุที่ไม่มีคุณภาพ แต่เป็นวัสดุที่เกิดจากการแปรรูปสิ่งของเหลือใช้ต่าง ๆ นำกลับมาผ่านกระบวนการต่าง ๆ ทั้งการหลวมเหลว การแปรรูปเพื่อเปลี่ยนเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่แต่ยังมีประสิทธิภาพในการใช้งานได้เช่นเดิม ซึ่งวัสดุรีไซเคิลเหล่านั้นก็อาจจะเป็น ไม้ กระดาษ แก้ว พลาสติก โลหะ ซึ่งวัสดุต่าง ๆ เหล่านี้ก็ยังคงมีคุณภาพแล้วความแข็งแรงเท่าเดิม เพียงแต่ผ่านกระบวนการต่าง ๆ ที่แปรรูปลักษณ์ภายนอกให้เปลี่ยนจากเดิมเท่านั้นเอง

ในส่วนหัวของแฟลชไดร์ฟนั้น เราไม่สามารถที่จะเลือกใช้วัสดุทนแทนอื่น ๆ ได้ เพราะเป็นอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ดังนั้น ถึงแม้ว่าวัสดุภายนอกของตัวแฟลชไดร์ฟจะเปลี่ยนเป็นวัสดุอะไรก็ตาม คุณภาพในการใช้งานของแฟลชไดร์ฟนั้นก็ยังคงประสิทธิภาพเท่าเดิม

สำหรับใครหลาย ๆ คนที่อยากมีส่วนร่วมในการช่วยเหลือโลกของวเราจากภาวะโลกร้อน ไม่ใช่เพียงแค่การเลือกใช้แต่วัสดุรีไซเคิลเพียงเท่านั้น เพราะความจริงแล้ว การลดภาวะโลกร้อนนั้นสามารถทำได้จากหลายวิธีมาก เช่น การช่วยกันลดปริมาณขยะมูลฝอย การช่วยกันปลูกป่าทดแทน ลดการตัดไม้ทำลายป่า หรือแม้แต่การอยู่บ้านและช่วยกันประหยัดไฟก็สามารถช่วยลดภาวะโลกร้อนได้แล้วค่ะ

แฟลชไดร์ฟรักษ์โลก ความทันสมัยที่ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม

ปัจจุบันนั้น ประเทศไทยของวเรากำลังเผชิญกับภาวะโลกร้อน ซึ่งภาวะโลกร้อนนั้นเกิดจากการใช้งานสิ่งของหรือวัสดุต่าง ๆ...

ปัจจุบันนั้น ประเทศไทยของวเรากำลังเผชิญกับภาวะโลกร้อน ซึ่งภาวะโลกร้อนนั้นเกิดจากการใช้งานสิ่งของหรือวัสดุต่าง ๆ ที่ทำร้ายธรรมชาติ วัสดุที่ย่อยสลายเองตามธรรมชาติไม่ได้ จึงต้องอาศัยการเผาไหม้เพื่อทำการย่อยสลาย ซึ่งการเผาไหม้นั้นส่งผลให้เกิดปริมาณก๊าซในเรือนกระจกเพิ่มมากขึ้นจึงทำให้เกิดภาวะโลกร้อน และก็ยังมีการตัดไม้ทำลายป่าที่ส่งผลต่อการเกิดภาวะโลกร้อนด้วยเช่นกัน

การรณรงค์ในเรื่องของภาวะโลกร้อนนั้น มีการออกมาตรการและการรณรงค์อย่างมากมาย ทั้งการงดใช้ถุงพลาสติก การปลูกต้นไม้เพื่อทดแทนปริมาณป่าไม้ที่ถูกทำลายทั้งการตัดไม้และการเผาไหม้จากไฟป่า นอกจากนี้แล้ว การเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่ไม่เป็นอันตรายต่อสิ่งแวดล้อมและสามารถย่อยสลายได้เองตามํรรมชาติก็มีส่วนช่วยในการลดภาวะโลกร้อนเช่นเดียวกัน ซึ่งวันนี้เราจะมาพูดถึงแฟลชไดร์ฟที่มีส่วนช่วยในการลดภาวะโลกร้อนได้

แฟลชไดร์ฟโดยทั่วไปนั้น มีกระบวนการในการผลิตและใช้วัสดุในการผลิตที่หลากหลาย ทั้ง แฟลชไดร์ฟโลหะ แฟลชไดร์ฟยางต่าง ๆ ซึ่งแฟลชไดร์ฟเหล่านั้น ถูกออกแบบมาเพื่อตอบสนองการใช้งานในด้านต่าง ๆ ของผู้บริโภค ทั้งความสวยงามภายนอกและความง่ายต่อการพกพา แต่ยังมีแฟลชไดร์ฟอีกรูปแบบหนึ่งที่สามารถช่วยโลกจากปัญหาสภาวะโลกร้อนได้เช่นกัน นั่นก็คือ แฟลชไดร์ฟไม้

หลาย ๆ คนอาจจะสงสัยว่า แฟลชไดร์ฟไม้นนั้นทำมาจากไม้และมีไม้เป็นส่วนประกอบหลักจะเป็นการช่วยลดภาวะโลกร้อนได้อย่างไร ในเมื่อหากต้องการลดภาวะโลกร้อนนั้นต้องงดการตัดไม้ทำลายป่า ซึ่งต้องบอกก่อนว่า สาเหตุแรกที่ผู้ผลิตได้มีการคิดค้นแฟลชไดร์ฟไม้ขึ้นมานั้น ก็เพื่อในอนาคตที่แฟลชไดร์ฟนั้นสิ้นสุดอายุการใช้งาน ส่วนประกอบหลักของแฟลชไดร์ฟนั้นจะสามารถย่อยสลายได้ง่ายกว่าการใช้พลาสติก ยาง หรือวัสดุอื่น ๆ นอกจากนี้แล้ว เรายังสามารถนำไม้ที่ใช้ในการผลิตแฟลชไดร์ฟไม้นั้นมาทำการรีไซเคิลเพื่อประกอบเป็นแฟลชไดร์ฟรีไซเคิลหรืออุปกรณ์รูปแบบอื่น ๆ ก็ได้เช่นกัน

ในส่วนเรื่องที่หลาย ๆ คนคิดว่า การนำไม้มาเป็นวัสดุหลักในการประกอบแฟลชไดร์ฟนั้นต้องบอกเลยว่า ปัจจุบันการตัดไม้ทำลายป่าเพื่อการใช้ประโยชน์ในเชิงพาณิชต่าง ๆ นั้นเป็นเรื่องที่ผิกกฎหมาย หากเป็นการลักลอบตัดต้นไม้จากป่าไม้ธรรมชาติ แต่แฟลชไดร์ฟไม้ที่ผู้ผลิตที่ผลิตขึ้นมานั้น จะเป็นป่าไม้ที่ปลูกเพื่อทดแทนและใช้งานในด้านการทำอุตสาหกรรมและการใช้งานในเชิงพาณิชย์ต่าง ๆ ซึ่งไม้เหล่านั้นมีการปลูกขึ้นมาเพื่อต้องการนำมาใช้งานในด้านอุตสาหกรรมโดยเฉพาะ ไม่ได้เป็นการตัดไม้ตามธรรมชาติ จึงไม่มีผลต่อภาวะโลกร้อนใด ๆ ทั้งสิ้น ซึ่งการปลูกป่าทดแทนนี้ยังสามารถช่วยในการเพิ่มก๊าซออกจิเจนที่ดีให้กับโลกของเราอีกด้วย

นอกจากนี้แล้ว ปัจจุบันก็ได้มีการนำสิ่งของต่าง ๆ ที่ไม่ได้ใช้งานแล้ว มาทำการดัดแปลงเพื่อใช้งานเป็นแฟลชไดร์ฟด้วยเช่นกัน ยกตัวอย่างง่าย ๆ ที่ทุกคนน่าจะเคยพบยเจอหรือมีโอกาสได้ซื้อเพื่อเอาไว้ใช้งานกันบ้างแล้วนั่นก็คือจุกไวน์ จุกไวน์นั้นผลิตขึ้นมาจากไม้เป็นรูปทรงกลมที่มีความยาวประมาณ 1 นิ้ว โดยจุกไวน์นั้นมีไว้สำหรับการปิดขวดไวน์เพื่อให้ไวน์นั้นคงรสชาติและกลิ่นไว้จนกว่าจะถึงเวลาที่เหมาะสมในหารดื่ม สาเหตุที่ต้องใช้ไม้เพื่อไม่ต้องการให้ไวน์นั้นปนเปื้อนกับโลหะเพราะอาจจะส่งผลต่อรสชาติของไวน์ เมื่อเราเปิดไวน์ดื่มแล้ว จุกไวน์นั้นจะเป็นส่วนที่ไม่ได้มีการใช้งานอีก ผู้ผลิตจึงได้คิดค้นที่จะนำจุกไวน์มาประยุกต์ใช้เพื่อทำเป็นแฟลชไดร์ฟที่มีทั้งดีไซน์ที่แปลกใหม่ และยังเป็นการนำของเหลือใช้มาสร้างคุณค่าได้อีกด้วย

แฟลชไดร์ฟมีอายุการใช้งานกี่ปี

แฟลชไดร์ฟ เป็นอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ที่ได้รับความนิยมกันอย่างแพร่หลายในปัจจุบัน เนื่องจากตัวแฟลชไดร์ฟนั้นสามารถเอื้ออำนวยความสะดวกในการทำงานได้อย่างคลอบคลุม นอกจากนี้...

แฟลชไดร์ฟ เป็นอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ที่ได้รับความนิยมกันอย่างแพร่หลายในปัจจุบัน เนื่องจากตัวแฟลชไดร์ฟนั้นสามารถเอื้ออำนวยความสะดวกในการทำงานได้อย่างคลอบคลุม นอกจากนี้ แฟลชไดร์ฟยังเป็นอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่สามารถหาซื้อได้ง่ายมากในราคาที่ผู้บริโภคทุกชนชั้นสามารถจับต้องได้ ทำให้แฟลชไดร์ฟนั้นจึงถูกใช้ทั้งในการประกอบการศึกษา กิจกรรมยามว่าง การทำงานด้านต่าง ๆ

หลาย ๆ คนอาจจะเคยตั้งคำถามหรือมีข้อสงสัยว่า แฟลชไดร์ฟนั้น มีอายุการใช้งานนานเท่าไหร่ เพราะบางคนก็สามารถใช้งานแฟลชไดร์ฟได้นานเป็นสิบปี แต่กับบางคนกลับใช้งานได้ในระยะเวลาสั้นหรือไม่ถึงปีเท่านั้น ซึ่งจริง ๆ แล้ว แฟลชไดร์ฟนั้นมีอายุการใช้งานเฉลี่ยอยู่ที่ 3-5 ปี ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการดูแลรักษาและการใช้งานของบุคคลนั้น ๆ ด้วย นอกจากนี้คุณภาพของตัวแฟลชไดร์ฟเองก็มีผลสำหรับอายุการใช้งานของแฟลชไดร์ฟเช่นเดียวกัน รวมถึงวิธีการดูแลรักษาแฟลชไดร์ฟเพื่อยืดอายุการใช้งานด้วย

อายุเฉลี่ยของแฟลชไดร์ฟนั้น เป็นเพียงการหาผลรวมจากคนหลาย ๆ กลุ่มที่ใช้งานแฟลชไดร์ฟเป็นประจำ แต่เราไม่ได้มีการเจาะข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับการดูแลรักษาและการใช้งาน ซึ่งบางทีแล้วอายุการใช้งาน 3 – 5 ปีนั้นอาจจะเป็นการใช้งานโดยที่ไม่ได้คำนึงถึงผลเสียของแฟลชไดร์ฟเลยก็เป็นได้เช่นกัน แต่ก็ยังมีคนอีกหลายกลุ่มที่ใช้งานแฟลชไดร์ฟอย่างถนุถนอมและสามารถยืดอายุการใช้งานของแฟลชไดร์ฟมาได้ ตั้งแต่เรียนมัธยมจนถึงวัยทำงาน

วิธีการดูแลรักษาแฟลชไดร์ฟให้คงอยู่ในสภาพที่สมบูรณ์มีวิธีง่าย ๆ คือการกด Safely Remove ทุกคั้งก่อนที่จะถอดแฟลชไดร์ฟออกจากเครื่องคอมพิวเตอร์ เพราะว่าแฟลชไดร์ฟนั้นจะมีการเชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์อยู่ตลอดเวลาที่เราเสียบแฟลชไดร์ฟเข้าไว้กับเครื่องคอมพิวเตอร์ ต่อให้จะไม่ได้มีการดึงข้อมูลของแฟลชไดร์ฟมาใช้ก็ตาม ทำให้การดึงแฟลชไดร์ฟออกจากคอมพิวเตอร์ในทันทีโดยไม่มีการกด Safely Remove จึงเปรียบเสมือนการขัดขวางการทำงานของแฟลชไดร์ฟและคอมพิวเตอร์ให้หยุดกะทันหัน ซึ่งการใช้งานในลักษณะนี้จะทำให้แฟลชไดร์ฟรวนหรือเสียได้โดยง่าย

ยังมีทฤษฏีที่เกี่ยวกับขีดจำกัดในการบันทึกข้อมูลของแฟลชไดร์ฟด้วยว่า แฟลชไดร์ฟนั้นจะมีขีดจำกัดในการเขียนและลบข้อมูล สูงสุด 1,000 ครั้ง ซึ่งระยะเวลการใช้งานของแฟลชไดร์ฟก็จะขึ้นอยู่กับจำนวนครั้งในการเขียนและลบข้อมูลจากเซลล์ที่บันทึกข้อมูล ซึ่งหากเราไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงข้อมูลภายในแฟลชไดร์ฟที่ถี่มากก็อาจจะทำให้แฟลชไดร์ฟนั้นใช้งานได้ยาวนานมากอย่างคาดไม่ถึง

นอกจากนี้ การดูแลรักษาแฟลชไดร์ฟภายนอกนั้นก็เป็นเรื่องที่สำคัญมากเช่นกัน เพราะแฟลชไดร์ฟนั้นเป็นอุปกรณ์ที่ใช้ในการเชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์ที่เป็นอุปกรณ์ไฟฟ้า ทำให้ควรระมัดระวังอย่างมากไม่ให้แฟลชไดร์ฟนั้นตกน้ำ เพราะอาจจะเกิดอันตรายต่อตนเองและอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ของเราได้

แฟลชไดร์ฟนั้น ไม่ได้มีประโยชน์ในการใช้งานเพียงแค่การส่งผ่านหรือบันทึกข้อมูลเท่านั้น แต่แฟลชไดร์ฟนั้นยังได้รับความนิยมอย่างมากในการใช้เพื่อเป็นของขวัญและของชำร่วยในงานพิธีสำคัญต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น แฟลชไดร์ฟไม้ แฟลชไดร์ฟยาง แฟลชไดร์ฟปากกา ต่างก็เป็นประเภทของแฟลชไดร์ฟที่ได้รับความนิยมทั้งสิ้น และถึงแม้ว่าเราจะไม่สามารถกำหนดอายุการใช้งานของแฟลชไดร์ฟให้ได้ตามที่เราต้องการก็ตาม แต่ในช่วงที่แฟลชไดร์ฟยังสามารถสร้างประโยชน์ให้กับเราได้ ก็หวังว่าแฟลชไดร์ฟเหล่านั้นจะช่วยสร้างผลงาน สร้างประโยชน์ และช่วยเป็นตัวช่วยในการทำงานของสมองเพื่อบันทึกความทรงจำที่ดีของเราในช่วงเวลาต่าง ๆ ของชีวิตไว้ให้ได้มากที่สุด

แฟลชไดร์ฟทองคำ ความหรูหราที่มาพร้อมประโยชน์การใช้งาน

แฟลชไดร์ฟ เป็นอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายในปัจจุบัน สำหรับการใช้งานในเรื่องของการเก็บบันทึกหรือส่งผ่านข้อมูลต่าง ๆ ซึ่งแฟลชไดร์ฟนั้นมีความจุในการใช้งานและรูปแบบของผลิตภัณฑ์ที่แตกต่างกัน ทั้ง แฟลชไดร์ฟไม้ แฟลชไดร์ฟยาง...

แฟลชไดร์ฟ เป็นอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายในปัจจุบัน สำหรับการใช้งานในเรื่องของการเก็บบันทึกหรือส่งผ่านข้อมูลต่าง ๆ ซึ่งแฟลชไดร์ฟนั้นมีความจุในการใช้งานและรูปแบบของผลิตภัณฑ์ที่แตกต่างกัน ทั้ง แฟลชไดร์ฟไม้ แฟลชไดร์ฟยาง แฟลชไดร์ฟพลาสติก ซึ่งแต่ละรูปแบบนั้นก็จะถูกออกแบบมาเพื่อตอบสนองความชื่นชอบของแต่ละบุคคล ทั้งเพื่อการใช้งานและเพื่อการมอบเป็นของขวัญ ของชำร่วย ในช่วงเทศกาลพิเศษต่าง ๆ

แฟลชไดร์ฟในรูปแบบทั่วไปนั้น เราอาจจะเคยเห็นหรือเคยใช้งานกันมาบ้างแล้ว แต่แฟลชไดร์ฟอีกรูปแบบหนึ่งที่ออกแบบมาสำหรับผู้ที่ชื่นชอบความหรูหราโดยเฉพาะนั้นก็คือ แฟลชไดร์ฟทองคำ ซึ่งความนิยมนี้ได้รับแรงบันดาลใจมาจากเศรษฐีชาวซาอุดิอาระเบีย ซึ่งหากใครได้เคยติดตามข่าวต่าง ๆ เกี่ยวกับประเทศนี้จะทราบดีว่า ชาวซาอุ ฯ มีความนิยมนำเครื่องใช้ต่าง ๆ มาผลิตด้วยทองคำ ไม่ว่าจะเป็นรถยนต์ที่เป็นทองคำรอบคัน หรือข้าวของเครื่องใช้ต่าง ๆ ซึ่งครั้งนี่ ผู้ผลิตแฟลชไดร์ฟจึงคิดว่า หากเป็นการผลิตแฟลชไดร์ฟทองคำบ้างละ จะสวยงามและหรูหรามากแค่ไหน จึงได้เริ่มผลิตแฟลชไดร์ฟทองคำขึ้นมา แต่ด้วยว่าทองคำในประเทศไทยเรานั้นมีราคาที่ค่อนข้างสูง ทำให้การที่จำนำทองคำแท้มาผลิตและจัดจำหน่ายนั้นเป็นไปได้ยาก จึงได้มีการนำโลหะมาเคลือบสีและหลอมให้เป็นลักษณะแท่งคล้ายกับทองคำแท่งแทน จึงทำให้เกิดเป็นแฟลชไดร์ฟทองคำขึ้นมานั่นเอง

แฟลชไดร์ฟทองคำนั้น ไม่ได้มีลักษณะการใช้งานที่แตกต่างจากแฟลชไดร์ฟทั่วไปสักเท่าไหร่นัก เพียงแต่รูปแบบภายนอกนั้นหากมองเผินอาจจะคิดว่าเป็นทองคำแท่งวางอยู่ เพราะตรงส่วนหัว USB ของแฟลชไดร์ฟที่ใช้สำหรับเสียบเข้ากับพอร์ต USB ของคอมพิวเตอร์นั้นจะสามารถเก็บเข้าไปข้างในตัวแฟลชไดร์ฟได้หากไม่ได้ใช้งาน และเมื่อต้องการใช้งานก็เพียงแค่กดปุ่มเลื่อนตรงส่วนหัวของแฟลชไดร์ฟออกมาก็จะสามารถเสียบใช้งานได้ตามปกติ

นอกจากนี้แล้ว แฟลชไดร์ฟทองคำยังได้รับความนิยมอย่างมากในการเลือกซื้อเพื่อมอบเป็นของขวัญหรือของชำร่วยต่าง ๆ อีกด้วย เนื่องจากดีไซน์ที่เรียบหรูที่สามารถใช้สำหรับวางโชว์ก็ได้ หรือสำหรับใช้งานก็ได้ และราคาของแฟลชไดร์ฟทองคำนั้นยังไม่ได้มีราคาที่สูงมากอีกด้วย เพราะราคาของแฟลชไดร์ฟทองคำนั้น เริ่มต้นเทียบเท่ากับแฟลชไดร์ฟคลาสสิคทั่วไปเลย คือเริ่มต้นที่หลักร้อยเท่านั้นเอง

แฟลชไดร์ฟนั้น มีประโยชน์ในการใช้งานที่หลากหลายอย่างมาก ไม่ใช่เพียงแค่บันทึกข้อมูลสำคัญต่าง ๆ เท่านั้น แต่ยังสามารถใช้เพื่อการส่งผ่านข้อมูลต่าง ๆ ได้อีกด้วย และนอกจากนี้แล้ว แฟลชไดร์ฟยังถูกนำมาพัฒนาด้านการตลาดในการจัดทำแฟลชไดร์ฟที่บันทึกหนังหรือเพลงต่าง ๆ ออกมาวางจำหน่ายแทนการจำหน่ายในรูปแบบของแผ่นซีดีในสมัยก่อนอีกด้วย เพราะปัจจุบันเครื่องเล่นเพลงต่าง ๆ นั้นมักจะสามารถรองรับการใช้งานของแฟลชไดร์ฟได้แล้ว และแฟลชไดร์ฟยังสามารถใช้สำหรับการพกพาที่ง่ายกว่าแผ่นซีดี และใช้งานง่ายกว่า ไม่ต้องกังวลเรื่องแผ่นเป็นรอย ดูหนังแล้วแผ่นสะดุดต่าง ๆ ทำให้แฟลชไดร์ฟจึงได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอีกหลายเท่าตัว

แฟลชไดร์ฟนั้น ไม่ได้ออกแบบมาเพื่อการใช้งานสำหรับคนเฉพาะกลุ่มเท่านั้น เพราะแฟลชไดร์ฟนั้นได้มีการพัฒนารูปแบบออกมาเพื่อให้เหมาะสมกับการใช้ง่านของผู้บริโภคทุกกลุ่ม ทุกช่วงอายุ เพราะในส่วนของการศึกษาเองในปัจจุบันก็มีการพัฒนาให้สามารถส่งงานต่าง ๆ ผ่านแฟลชไดร์ฟหรือสื่อออนไลน์ได้แล้ว เพื่อเพิ่มความสะดวกสบายและพัฒนาการศึกษาไทยให้สะดวกมากยิ่งขึ้น ทำให้การเลือกซื้อแฟลชไดร์ฟสักอันติดบ้านไว้นั้นก็จะช่วยเพิ่มความสะดวกให้กับเราได้ เพื่อกรณีที่ต้องการเก็บภาพความทรงจำต่าง ๆ ในครอบครัว หรือแม้แต่การทำงานเราก็จะสามารถทำได้อย่าง่ายดายมาก

ทำไมแฟลชไดร์ฟถึงคงเป็นสินค้าที่ได้รับความนิยมอยู่มาก ? ในเมื่อโทรศัพท์ก็สามารถบันทึกข้อมูลได้

แฟลชไดร์ฟนั้น เป็นอุปกรณ์ที่ช่วยในการจัดเก็บข้อมูลที่ได้รับความนิยมอย่างมากมานานหลายปี โดยแฟลชไดร์ฟที่ใช้อยู่ในปัจจุบันนั้น มีการผลิตเพื่อรองรับการจัดเก็บข้อมูลได้หลายรูปแบบและมีความจุในการจัดเก็บข้อมูลที่แตกต่างกัน...

แฟลชไดร์ฟนั้น เป็นอุปกรณ์ที่ช่วยในการจัดเก็บข้อมูลที่ได้รับความนิยมอย่างมากมานานหลายปี โดยแฟลชไดร์ฟที่ใช้อยู่ในปัจจุบันนั้น มีการผลิตเพื่อรองรับการจัดเก็บข้อมูลได้หลายรูปแบบและมีความจุในการจัดเก็บข้อมูลที่แตกต่างกัน ดังนั้นการเลือกใช้แฟลชไดร์ฟให้เหมาะสมต่อการใช้งานจึงสามารถทำได้ง่ายมาก เนื่องจากแฟลชไดร์ฟที่เราต้องการนั้นมีช่องทางการเลือกซื้อที่หลากหลาย นอกจากนั้น แฟลชไดร์ฟยังถูกออกแบบมาจากวัสดุที่แตกต่างกันเพื่อตอบสนองความต้องการและความชื่นชอบในการใช้งานของผู้บริโภคที่หลากหลายมากอีกด้วย ทั้ง แฟลชไดร์ฟไม้ ที่เลือกใช้วัสดุจากธรรมชาติมาเพื่อผลิตเป็นแฟลชไดร์ฟ แฟลชไดร์ฟยาง ที่ออกแบบมาในลักษณะของลวดลายการ์ตูนต่าง ๆ เพื่อตอบสนองความชื่นชอบของเด็ก ๆ หรือแม้แต่แฟลชไดร์ฟคริสตัล ที่ออกแบบมาสำหรับผู้ที่ชื่นชอบความสวยงามและเรียบหรูนั่นเอง

ในปัจจุบันนั้น วิวัฒนาการด้านเทคโนโลยีต่าง ๆ ก็มีความก้าวหน้าอย่างมากเช่นเดียวกัน โดยเฉพาะการพัฒนาเกี่ยวกับอุปกรณ์สื่อสารอย่างโทรศัพท์มือถือ ที่มีการพัฒนาให้สามารถบันทึกข้อมูลต่าง ๆ ดูหนัง ฟังเพลงออนไลน์ เชื่อมต่อกับลำโพงหรือเครื่องเล่นเพลงต่าง ๆ หรือแม้แต่การทำงานผ่านโปรแกรมต่าง ๆ บนเครื่องคอมพิวเตอร์ ก็สามารถทำได้ ทำให้หลาย ๆ คนอาจจะมีความสงสัยว่า ถ้าโทรศัพท์มือถือเองก็สามารถบันทึกไฟล์ข้อมูลและยังสามารถเป็นตัวกลางในการส่งผ่านข้อมูลได้แล้ว เราจะยังต้องใช้แฟลชไดร์ฟในการทำงานอยู่ทำไม

สาเหตุข้อแรกที่เราควรที่จะใช้แฟลชไดร์ฟเก็บข้อมูลแทนการเก็บข้อมูลในโทรศัพท์มือถือ นั่นก็เพราะว่า ระบบการจัดเก็บข้อมูลของแฟลชไดร์ฟนั้น มีความปลอดภัยในการรักษาและจัดเก็บข้อมูลมากกว่า เพราะหากเราจัดเก็บข้อมูลไว้ในโทรศัพท์มือถือนั้น หากโทรศัพท์มีการอัพเดทหรือเกิดข้อผิดพลาดของระบบมือถือ อาจจะทำให้ข้อมูลต่าง ๆ เกิดการสูญหายได้ง่าย นอกจากนั้นแล้ว ความจุในการจัดเก็บข้อมูลในโทรศัพท์มือถือนั้นยังน้อยกว่าการจัดเก็บข้อมูลของแฟลชไดร์ฟ ทำให้การจัดเก็บข้อมูลในแฟลชไดร์ฟสะดวกมากกว่าสำหรับการจัดเก็บงานเอกสารหลาย ๆ ไฟล์

สาเหตุที่สอง ที่เหมาะสมสำหรับการใช้งานแฟลชไดร์ฟ เพราะการบันทึกไฟล์เพลงต่าง ๆ ที่เราชอบฟังหรือหนังที่เราอยากดูไว้ในแฟลชไดร์ฟ แทนการเปิดดูหนังออนไลน์หรือการฟังเพลงออนไลน์ นั่นก็เพราะ การใช้งานแฟลชไดร์ฟนั้น สามารถใช้งานได้โดยไม่ต้องผ่านเครือข่ายอินเตอร์เน็ต ทำให้การดาวน์โหลดไฟล์เพลง ไฟล์วีดีโอต่าง ๆ ใส่แฟลชไดร์ฟไว้ดูจะสามารถเพิ่มความสะดวกสบายมากกว่าหากเราเดินทางไปในสถานที่ที่ไม่มีสัญญานอินเตอร์เน็ต และที่สำคัญสามารถดูหนังได้โดยที่ไม่ต้องกังวลเรื่องหนังจะสะดุดจากความไม่เสถียรของอินเตอร์เน็ตอีกด้วย นอกจากนั้น การดูหนังฟังเพลงผ่านแฟลชไดร์ฟยังสามารถช่วยประหยัดแบตเตอรี่โทรศัพท์ของเราได้อีกด้วย

สาเหตุอีกสาเหตุหนึ่งที่แฟลชไดร์ฟยังคงเป็นอุปกรณ์ที่ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย นั่นก็คือ ความสะดวกในการพกพา เพราะแฟลชไดร์ฟเป็นอุปกรณ์ที่ถูกออกแบบมาให้มีขนาดเล็กและเหมาะสำหรับการพกพา เมื่อต้องการใช้งานในการบันทึกหรือส่งต่อข้อมูลเพียงแค่เสียบเข้ากับเครื่องคอมพิวเตอร์ก็สามารถใช้งานได้เลยไม่ยุ่งยาก นอกจากนั้นราคาของแฟลชไดร์ฟในปัจจุบันก็สามารถหาซื้อได้ในราคาหลักร้อย ทำให้การพกพาแฟลชไดร์ฟเพื่อใช้งานก็ยังเป็นสิ่งทีได้รับความนิยมอยู่จนถึงปัจจุบัน

ถึงแม้การจัดเก็บเอกสารต่าง ๆ ในแฟลชไดร์ฟจะมีระบบการเข้ารหัสเพื่อรักษาความปลอดภัยของข้อมูลสำคัญต่าง ๆ ของเราก็ตาม แต่การทำงานที่ดีและการจัดเก็บข้อมูลให้มีประสิทธิภาพ ควรจัดเก็บข้อมูลที่สำคัญไว้ 2 ที่ ป้องกันการสูญหายของข้อมูล เพราะต่อให้เราใส่รหัสแฟลชไดร์ฟไว้ดีแค่ไหนก็ตาม หากเราทำแฟลชไดร์ฟสูญหายก็เท่ากับการทำข้อมูลสูญหายไปด้วย แต่หากเราบันทึกข้อมูลสำรองไว้อีกที่หนึ่ง ก็เป็นการช่วยรักษาความปลอดภัยของข้อมูลของเราอีกทางหนึ่งได้เช่นกัน

กลยุทธ์การขายแฟลชไดร์ฟรูปแบบใหม่ ที่ทำให้คนส่วนใหญ่หันมาสนใจแฟลชไดร์ฟมากกว่าเดิม

แฟลชไดร์ฟ เป็นอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ชนิดหนึ่งที่ใช้สำหรับการเก็บบันทึกข้อมูลต่าง ๆ ที่สำคัญ นอกจากนั้นยังใช้สำหรับการส่งต่อข้อมูลต่าง ๆ จากเครื่องคอมพิวเตอร์เครื่องหนึ่งสู่เครื่องคอมพิวเตอร์อีกเครื่องหนึ่ง...

แฟลชไดร์ฟ เป็นอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ชนิดหนึ่งที่ใช้สำหรับการเก็บบันทึกข้อมูลต่าง ๆ ที่สำคัญ นอกจากนั้นยังใช้สำหรับการส่งต่อข้อมูลต่าง ๆ จากเครื่องคอมพิวเตอร์เครื่องหนึ่งสู่เครื่องคอมพิวเตอร์อีกเครื่องหนึ่ง หรือส่งต่อไปยังอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่าง ๆ ซึ่งแฟลชไดร์ฟนั้น ได้รับความนิยมในการใช้งานมาอย่างต่อเนื่องเป็นสิบปี เนื่องจากเป็นอุปกรณ์ที่สามารถใช้ประโยชน์ได้อย่างหลากหลาย ใช้งานง่าย มีราคาที่สามารถจับต้องได้

แฟลชไดร์ฟในปัจจุบันนั้น ได้ถูกผลิตและออกแบบมาจากบริษัทผู้ผลิตที่หลากหลาย มีการคิดค้นและพัฒนาแฟลชไดร์ฟในรูปแบบต่าง ๆ เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคให้มากที่สุด ไม่ว่าจะเป็น แฟลชไดร์ฟหนัง ที่ออกแบบมาสำหรับคนที่เป็นนักสะสมหรือชื่นชอบเครื่องหนัง แฟลชไดร์ฟยาง ที่ออกแบบมาสำหรับคนรักการ์ตูนและเอาใจเด็ก ๆ หรือ แฟลชไดร์ฟไม้ ที่ออกแบบมาพิเศษสำหรับการมอบเป็นของขวัญในโอกาสพิเศษต่าง ๆ หรือสำหรับผู้ที่อนุรักษ์ความเป็นไทย ซึ่งแฟลชไดร์ฟในแต่ละรูปแบบก็ได้รับความนิยมในผู้บริโภคแต่ละกลุ่มอย่างมาก แต่ผู้ผลิตเองก็ยังไม่ได้หยุดอยู่เพียงแค่การออกแบบรูปทรงภายนอกเพียงเท่านั้น เพราะปัจจุบันแฟลชไดร์ฟถูกผลิตและออกแบบมาให้สามารถใช้งานได้อย่างหลากหลาย โดยการออกแบบเหล่านี้ หลาย ๆ คนอาจจะยังไม่ทราบว่าเป็นกลยุทธ์ในการขายรูปแบบหนึ่งที่สามารถดึงดูดผู้บริโภคได้ดีมากเลยทีเดียว

ผู้ผลิตได้คิดค้นกลยุทธ์ในการขายแฟลชไดร์ฟผ่านการออกแบบแฟลชไดร์ฟให้มีฟังก์ชั่นต่าง ๆ ที่หลากหลายมากกว่าการใช้งานตามสำนักงานหรือ โรงเรียน ต่าง ๆ เพราะแฟลชไดร์ฟในรูปแบบเดิม มีการจำกัดการใช้งานค่อนข้างมาก เช่นหากเป็นผู้สูงอายุที่ไม่มีความรู้ความสามารถในการใช้งานเครื่องคอมพิวเตอร์ ก็ไม่สามารถใช้งานแฟลชไดร์ฟได้ ดังนั้นผู้ผลิตจึงได้มีการคิดค้นแฟลชไดร์ฟคาราโอเกะขึ้นมา เพื่อตอบสนองความต้องการของคนกลุ่มนั้น ซึ่งแฟลชไดร์ฟคาราโอเกะนั้น เป็นแฟลชไดร์ฟธรรมดารูปแบบหนึ่ง ที่มาพร้อมกับการบรรจุเพลงต่าง ๆ เป็นร้อยเพลงเพื่อให้ผู้สูงอายุสามารถเสียบฟังกับวิทยุได้อย่างสะดวกสบายมากขึ้น หรือ การออกแบบ แฟลชไดร์ฟปากกา ที่ออกแบบสำหรับการพกพาที่ง่ายและมีรูปทรงที่แปลกตามากกว่าเดิม เป็นต้น

กลยุทธ์ทางการขายต่าง ๆ เหล่านี้ เป็นความคิดสร้างสรรค์ในการกระตุ้นยอดขายของแฟลชไดร์ฟ และเป็นความคิดที่ชาญฉลาดอย่างมากของผู้ผลิต เพราะเป็นกลยุทธ์ที่ไม่ต้องอาศัยการลงทุนในเรื่องของการตลาด เพราะสินค้านั้นมีความน่าสนใจและสามารถดึงดูดลูกค้าได้ด้วยตัวของสินค้าเองอยู่แล้ว เพราะผู้บริโภคส่วนใหญ่นั้น มักจะสนใจสินค้าที่สามารถใช้งานได้ง่ายและมีความคุ้มค่าในการใช้งานมากที่สุดอยู่แล้ว

นอกจากการเพิ่มประโยชน์ในการใช้งานของแฟลชไดร์ฟให้มากกว่าเดิมแล้ว การออกแบบแฟลชไดร์ฟให้มีขนาดที่เล็กลงก็ยังเป็นสิ่งที่สามารถดึงดูดผู้บริโภคได้มากอีกเช่นกัน เพราะแฟลชไดร์ฟที่มีขนาดเล็กนั้น เป็นสิ่งที่ง่ายต่อการพกพา ซึ่งก็มีการออกแบบแฟลชไดร์ฟให้เป็นในรูปแบบของพวงกุญแจ เพื่อให้แฟลชไดร์ฟนั้นดูกระทัดรัดและพกพาสะดวกมากยิ่งขึ้น

สาเหตุที่การออกแบบแฟลชไดร์ฟต้องมีการพัฒนาเพื่อให้ผู้บริโภคยังคงใช้งานแฟลชไดร์ฟอยู่นั้น อาจจะเป็นเพราะว่าในปัจจุบันนั้น มีการพัฒนาอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ออกมาหลายรูปแบบมาก และคนส่วนใหญ่มักจะใช้การจดบันทึกลงในอุปกรณ์โทรศัพท์มือถือมากกว่าการใช้แฟลชไดร์ฟแล้ว เพราะโทรศัพท์มือถือในปัจจุบันนั้นก็ได้มีการออกแบบให้สามารถพิมพ์งาน หรือสั่งปริ้นงานผ่านโทรศัพท์ได้ รวมถึงยังมีฟังก์ชั่นในการจดบันทึกเพื่อการใช้งานที่หลากหลาย ทำให้คนส่วนใหญ่ที่มีการใช้งานโทรศัพท์มือถืออาจจะไม่มีความจำเป็นต้องใช้แฟลชไดร์ฟ แต่ความจริงแล้วนั้น แฟลชไดร์ฟนั้น มีความปลอดภัยในการเก็บข้อมูลที่มากกว่าการเก็บในโทรศัพท์มือถือ มีความจุในการเก็บข้อมูลได้มากกว่า และมีความเสถียรในการใช้งานที่มากกว่าอีกด้วย

เรื่องราวของแฟลชไดร์ฟ

แฟลชไดร์ฟ เป็นอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่มีความสำคัญอย่างมากในการทำงาน เพราะแฟลชไดร์ฟนั้นมีประโยชน์ในการใช้งานที่หลากหลาย ทั้งการเก็บบันทึกข้อมูล การส่งต่อข้อมูลต่าง...

แฟลชไดร์ฟ เป็นอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่มีความสำคัญอย่างมากในการทำงาน เพราะแฟลชไดร์ฟนั้นมีประโยชน์ในการใช้งานที่หลากหลาย ทั้งการเก็บบันทึกข้อมูล การส่งต่อข้อมูลต่าง ๆ ซึ่งแฟลชไดร์ฟนั้นมีการพัฒนามาจากแผ่นเก็บบันทึกข้อมูล หรือ Floppy disk เพียงแต่มีการออกแบบให้สามารถใช้งานง่ายและสะดวกสบายมากขึ้น ทั้งยังออกแบบให้สามารถเก็บรักษาง่าย มีขนาดที่กะทัดรัดมากกว่าเดิม

แฟลชไดร์ฟนั้นเป็นอุปกรณ์ที่ได้รับความนิยมอย่างมากทั่วทุกพื้นที่ ทำให้ข้อสงสัยการใช้งาน ปัญหาที่เกิด จึงมักเกิดขึ้นได้อย่างต่อเนื่องเกี่ยวกับแฟลชไดร์ฟ วันนี้เราจึงรวบรวมคำถามที่มีความเกี่ยวข้องกับแฟลชไดร์ฟและคิดว่าน่าจะเป็นประโยชน์ต่อผู้อ่านมาให้ทุกคนได้ศึกษากันค่ะ

ทำไมแฟลชไดร์ฟถึงมีชื่อเรียกหลายชื่อ ? เป็นคำถามที่หลายคนอาจจะเคยสงสัยมาบ้างว่าทำไมบางคนเรียกแฟลชไดร์ฟ บางคนเรียกทรัมป์ไดร์ฟหรือแฮนดี้ไดร์ฟ ซึ่งความแตกต่างของชื่อเหล่านี้เกิดจาก
– ทรัมป์ไดร์ฟ เป็นชื่อทางการค้า และเป็นชื่อเรียกของแฟลชไดร์ฟชนิดแรกที่มีการพัฒนามากจากซีดีอาร์ และ ฟลอปปี้ดิสก์
– แฟลชไดร์ฟ เป็น ชื่อที่ถูกนิยมเรียกมากที่สุดเนื่องจากเป็นชื่อเรียกตามหน่วยความจำแบบ flash คือการเก็บข้อมูลได้ไว และแฟลชไดร์ฟรุ่นที่ออกมานั้นได้รับความนิยมสูงมาก ทำให้หลายคนเรียกติดปากว่า แฟลชไดร์ฟ
– แฮนดี้ไดร์ฟ เป็นชื่อเรียกแฟลชไดร์ฟอีกชนิดหนึ่ง ที่มีการออกแบบมาใหม่คล้ายกับแฟลชไดร์ฟ แต่สามารถใช้งานไฟล์ Mp3 ได้ มีช่องสำหรับเสียบหูฟังได้

ปัญหาที่พบบ่อยจากการใช้งานแฟลชไดร์ฟ
– แฟลชไดร์ฟติดไวรัส เกิดจากการใช้งานคอมพิวเตอร์สาธารณะ และไม่ได้มีการตรวจสอบอุปกรณ์หรือทำการแสกนไวรัสอย่างสม่ำเสมอ
– แฟลชไดร์ฟไม่ทำงาน เกิดได้จากหลายสาเหตุ อาจจะด้วยความไม่เข้ากันระหว่างแฟลชไดร์ฟกับการรองรับของ USB พอร์ต หรืออาจจะเป็นเพราะการเสียบอุปกรณ์ไม่แน่นก็ได้เช่นกัน
– แฟลชไดร์ฟเสียบ่อย ข้อนี้อาจจะเกิดจากการใช้งานแฟลชไดร์ฟแบบผิดวิธี เช่นมีการถอดแฟลชไดร์ฟออกแบบกะทันหันบ่อยเกินไป  เป็นต้น
แฟลชไดร์ฟราคาแพงดีกว่าราคาถูกใช่ไหม ? จริง ๆ แล้วราคาของแฟลชไดร์ฟหากจะเปรียบเทียบให้ถูกต้องอาจจะต้องดูข้อมูลรายละเอียดที่เจาะลึกมากกว่าราคาจึงจะสามารถเปรียบเทียบได้ ทั้งวัสดุที่ใช้ ความจุของแฟลชไดร์ฟ ซึ่งหากแฟลชไดร์ฟที่มีความจุมากก็อาจจะมีราคาที่สูงมากขึ้นตามไปด้วย ฉะนั้น ราคาจึงไม่ใช่ตัวชี้วัดคุณภาพของแฟลชไดร์ฟเสมอไป

ทำไมต้องเลือกแฟลชไดร์ฟที่มีประสิทธิภาพ ? จริง ๆ แล้วนั้นการเลือกแฟลชไดร์ฟก็ต้องขึ้นอยู่กับความจำเป็นในการใช้งาน ลักษณะของเอกสารที่เราจะเก็บบันทึก ซึ่งหากเลือกแฟลชไดร์ฟที่มีความจุมาก ก็สามารถเพิ่มทางเลือกในการจัดเก็บข้อมูลได้มากขึ้น นอกจากนี้ แฟลชไดร์ฟที่มีประสิทธิภาพยังช่วยรักษาข้อมูลของเราให้เป็นความลับจากผู้ไม่หวังดีได้ เพราะสามารถใส่รหัสเพื่อเข้าถึงข้อมูลต่าง ๆ ได้ เป็นการรักษาความลับและสร้างความปลอดภัยได้ง่ายกว่าแฟลชไดร์ฟที่ไม่มีคุณภาพ นอกจากนี้แล้ว แฟลชไดร์ฟที่มีประสิทธิภาพยังสามารถช่วยให้เราทำงานได้รวดเร็วมากยิ่งขึ้น ในการรับส่งข้อมูลต่าง ๆ  เพราะจะมีความเร็วในการอ่านค่าข้อมูลได้สูงกว่า และแม่นยำมากกว่า

แฟลชไดร์ฟในปัจจุบันมีการพัฒนารูปแบบอย่างหลากหลายมากกว่าสมัยก่อน ทั้งแฟลชไดร์ฟที่เป็นแฟลชไดร์ฟปากกา แฟลชไดร์ฟโลหะ และแฟลชไดร์ฟไม้ เพื่อให้เหมาะสมกับการใช้งานของคนแต่ละช่วงวัย แต่ถึงแม้รูปแบบภายนอกจะมีความแตกต่างกัน แต่คุณภาพและความสามารถของแฟลชไดร์ฟก็ยังคงอยู่เช่นเดิม หลาย ๆ คนที่กำลังมองหาแฟลชไดร์ฟเพื่อการใช้งาน ก็อย่าลืมเลือกแฟลชไดร์ฟที่ผลิตจากโรงงานที่มีความน่าเชื่อถือ และมีการรับประกันสินค้ากันด้วยนะคะ

ไขข้อสงสัย….ทำไมแฟลชไดร์ฟ ความจุไม่เต็มตามที่ป้ายบอกล่ะ

หลายคนคงสงสัย ว่าทำไมแฟลชไดร์ฟที่เราซื้อมาใช้นั้นบอกข้างกล่องกับเราว่าความจุแฟลชไดร์ฟตัวนี้มีขนาด 16...

หลายคนคงสงสัย ว่าทำไมแฟลชไดร์ฟที่เราซื้อมาใช้นั้นบอกข้างกล่องกับเราว่าความจุแฟลชไดร์ฟตัวนี้มีขนาด 16 GB แต่เมื่อเปิดใช้งานจริง ๆ ความจุมีไม่ถึง 16 GB อย่างที่ข้างกล่องบอกล่ะ นั่นหมายความว่าเรากำลังโดนคนขายแฟลชไดร์ฟหลอกขายแฟลชไดร์ฟหรือนำแฟลชไดร์ฟหลุด QC จากโรงงานมาขายเราหรือเปล่า ยิ่งในสมัยนี้เราเห็นราคาแฟลชไดร์ฟไม่แพงมากด้วย จะเป็นการฉวยโอกาสของพ่อค้าแม่ค้าด้วยหรือเปล่า

ทุกท่านอย่าพึ่งเข้าใจผิดกันนะคะ เพราะอันที่จริงแล้วนั้น ความเป็นจริงก็คือ การที่แฟลชไดร์ฟของเรานั้นมีความจุไม่ตรงตามที่ข้างกล่องเขียนไว้นั้น เป็นความเชื่อที่ไม่ตรงกันหรือเป็นความเข้าใจผิดของเรานั่นเอง ตามปกติแล้วเหล่าผู้ผลิตแฟลชไดร์ฟ และผู้ใช้งานทั่วไปนั้นจะมองการคำนวณในรูปแบบเลขฐานสิบ จากที่เราเข้าใจจะเทียบได้ดังนี้

1,000 ไบต์ (B) = 1 กิโลไบต์ (KB)

1,000 กิโลไบต์ = 1 เมกะไบต์ (MB)

1,000 เมกะไบต์ = 1 กิกะไบต์ (GB)

1,000 กิกะไบต์ = 1 เทระไบต์ (TB)

แต่ในทางคอมพิวเตอร์นั้น จะใช้การคำนวณในรูปแบบของเลขฐานสอง เปรียบเทียบได้ดังนี้

1,024 ไบต์ (B) = 1 กิโลไบต์ (KB)

1,024 กิโลไบต์ = 1 เมกะไบต์ (MB)

1,024 เมกะไบต์ = 1 กิกะไบต์ (GB)

1,024 กิกะไบต์ = 1 เทระไบต์ (TB)

เทคนิคในการคำนวณความจุของแฟลชไดร์ฟง่าย ๆ ว่าตรงตามที่เราได้อธิบายไปข้างต้นหรือไม่

เพียงแค่เราทำการคลิกขวาที่ไดร์ฟของแฟลชไดร์ฟเราและทำการเลือก Properties หลักงจากนั้นจะมีหน้าต่างเล็ก ๆ แสดงรายละเอียดต่าง ๆ ทั้งพื้นที่การใช้งาน พื้นที่คงเหลือ และแสดงพื้นที่ความจุแฟลชไดร์ฟของเรา เราจะเห็นได้ว่าแฟลชไดร์ฟของเรามีพื้นที่ที่แสดงเป็นเลขฐานสิบในหน่วย ไบต์ (Bytes) = 16,001,286,144 ไบต์ (B) และความจุในทางคอมพิวเตอร์ที่ใช้การคำนวณในรูปแบบของเลขฐานสอง = 14.9 กิกะไบต์ (GB)

หากเรามาลองคำนวณแฟลชไดร์ฟของเราที่มีขนาดความจุ 16 GB

16,001,286,144 ไบต์ (B) = 15,626,256 กิโลไบต์ (KB)

15,626,256 กิโลไบต์ (KB) = 15,260.0156 เมกะไบต์ (MB)

15,260.0156 เมกะไบต์ (MB) = 14.902359 กิกะไบต์ (GB)

หรือประมาณ 14.9 GB ตามที่โปรแกรมแสดงให้เราได้เห็นนั่นเอง

ทีนี้เราลองมาคำนวณพื้นที่ความจุคอมพิวเตอร์อย่าง Drive D ของเรากันดูบ้าง

ว่าจะมีความจุตรงตามความเป็นจริงที่ Windows แสดงให้เราเห็นไหม ในที่นี่ Drive D ของเรามีขนาด 729,563,525,120 ไบต์ (B)

729,563,525,120 ไบต์ (B) = 712,464,380 กิโลไบต์ (KB)

712,464,380 กิโลไบต์ (KB) = 695,765.99609375 เมกะไบต์ (MB)

695,765.99609375 เมกะไบต์ (MB) = 679.4589805603027 กิกะไบต์ (GB)

หรือประมาณ 679 GB ตามที่โปรแกรมแสดงให้เราได้เห็นนั่นเอง

ฉะนั้นแล้ว ไม่ว่าจะเป็นแฟลชไดร์ฟ SD card หรือ อุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลต่าง ๆ นั้นเราจะพบว่าความจุที่แท้จริงจะไม่ตรงตามที่ข้างกล่องระบุไว้แต่อย่างใด และเราสามารถนำเทคนิคต่าง ๆ เหล่านี้ไปลองคำนวณเพื่อตรวจสอบความถูกต้องของความจุของอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลของเราได้นะคะ หากสงสัยว่าโดนพ่อค้าหรือแม่ค้ามาหลอกขายแฟลชไดร์ฟไม่มีคุณภาพ ความจุไม่ตรง ลองทำการคำนวณดูก่อน หากเราลองคำนวณความจุแฟลชไดร์ฟดูแล้วมีความแตกต่างกันมากเกินไปจากที่โปรแกรมแสดงให้เราเห็นนั่นอาจเป็นแฟลชไดร์ฟที่มีปัญหาหรือแฟลชไดร์ฟที่ไม่ได้มาตรฐานตามกระบวนการผลิตอย่างแน่นอนค่ะ หากท่านใดต้องการแฟลชไดร์ฟคุณภาพ ที่มีการตรวจสอบประสิทธิภาพในการใช้งาน 100% ไม่ว่าจะเป็นแฟลชไดร์ฟไม้ แฟลชไดร์ฟการ์ด แฟลชไดร์ฟโลหะ แฟลชไดร์ฟทวิสเตอร์ แฟลชไดร์ฟรีไซเคิล แฟลชไดร์ฟยาง แฟลชไดร์ฟริสแบนด์ แฟลชไดร์ฟการ์ดหรือจะเป็นแฟลชไดร์ฟรูปแบบอื่น ๆ ก็สามารถติดต่อสอบถามได้ที่ usb-perfect.com ได้ทันทีเลยนะคะ

สินค้าที่คุณอาจสนใจ

สั่งทำ สั่งผลิต USB แฟลชไดร์ฟ พร้อมสกรีนโลโก้ แบรนด์ องค์กร หรือข้อความของคุณได้ง่าย ๆ สอบถามได้เลย CLICK!