แฟลชไดร์ฟคลังข้อมูลที่ต้องมีการป้องกัน

ในปัจจุบันเราคงไม่สามารถปฏิเสธได้เลยว่า คอมพิวเตอร์เป็นอุปกรณ์ที่เราต้องใช้ในชีวิตประจำวัน ทั้งการทำงานและการเรียน ซึ่งสามารถพิมพ์งานที่เป็นเอกสารสำคัญต่างๆ เพื่อใช้ในการประชุมหรือการเรียน ที่ต้องทำรายงานส่งคุณครู อีกทั้ง งานปริ้นที่ต้องการจะอ่านข้อมูลจากงานพิมพ์นั้น...

ในปัจจุบันเราคงไม่สามารถปฏิเสธได้เลยว่า คอมพิวเตอร์เป็นอุปกรณ์ที่เราต้องใช้ในชีวิตประจำวัน ทั้งการทำงานและการเรียน ซึ่งสามารถพิมพ์งานที่เป็นเอกสารสำคัญต่างๆ เพื่อใช้ในการประชุมหรือการเรียน ที่ต้องทำรายงานส่งคุณครู อีกทั้ง งานปริ้นที่ต้องการจะอ่านข้อมูลจากงานพิมพ์นั้น หรือเพื่อต้องการข้อมูลไปทำ อย่างอื่น เช่น ปริ้นรูป เพื่อต้องการเก็บไว้เป็นที่ระลึก เป็นต้น ซึ่งบางครั้งคอมพิวเตอร์อาจจะเกิดการติดไวรัสได้ ฉะนั้น เราจึงต้องมีอุปกรณ์ในการเก็บสำรองข้อมูลไว้ ซึ่งปัจจุบัน นั่นคือ แฟลชไดร์ฟ เป็นอุปกรณ์ที่มีขนาดจิ๋ว แต่ประโยชน์ไม่จิ๋วเลย ด้วยความพิเศษที่สามารถกักเก็บข้อมูลได้เยอะมากทั้งข้อมูลตัวอักษร ไม่ว่าจะเป็นไฟล์ pdf หรือ document หรือจะเป็นการเก็บรูปภาพ เพื่อใช้ทบทวนความทรงจำ อีกทั้ง ไฟล์เพลงหรือวิดีโอต่างๆ ก็สามารถเก็บได้ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความจุของแต่ละอุปกรณ์ด้วย แม้แฟลชไดร์ฟจะเป็นที่เก็บข้อมูลได้อย่างยอดเยี่ยมก็ตาม แต่หากการเก็บข้อมูลเหล่านั้น ผู้ใช้งานไม่ได้ ทำการสแกนข้อมูลแฟลชไดร์ฟก่อนการเปิดใช้งาน บางครั้งไวรัสที่มีอยู่ในคอมพิวเตอร์เครื่องที่เราทำการเสียบ แฟลชไดร์ฟไปนั้น อาจจะส่งผลกระทบต่อแฟลชไดร์ฟ จึงทำให้ข้อมูลที่มีการเก็บไว้เสียหายไปได้ ฉะนั้น ก่อน การใช้งานแฟลชไดร์ฟทุกครั้งควรที่จะมีการสแกนไวรัสก่อนเสมอ เพื่อความปลอดภัยของข้อมูลและเป็น การปกป้องให้แฟลชไดร์ฟของคนอื่นๆที่หากมีการใช้งานเครื่องคอมพิวเตอร์ร่วมกับเราไม่ติดไวรัสพ่วงไปด้วย ซึ่งที่กล่าวมานั้น เป็นการป้องกันขั้นพื้นฐานที่เราสามารถทำได้ในการใช้งานแฟลชไดร์ฟ หรือหากแฟลชไดร์ฟ ไม่มีข้อมูลหลงเหลือแล้ว ผู้ใช้งานอาจทำการล้างแฟลชไดร์ฟอีกครั้ง เพื่อความแน่ใจว่าการใช้งานครั้งต่อไป ไวรัสจะไม่มี เพราะบางครั้งการใช้งานโดยข้อมูลที่ผ่านมาอาจจะมีการติดไวรัสแต่เราไม่ทราบ ซึ่งอาจจะมีไวรัสแฝง ก็เป็นไปได้ และถ้าเราใช้งานครั้งต่อไปโดยไม่ทำการสแกนไวรัสเลย แม้จะไม่มีข้อมูลเหล่านั้นแล้วก็ตาม ไวรัสที่แฝงอยู่ในแฟลชไดร์ฟอาจจะติดข้อมูลใหม่ที่ผู้ใช้งานเก็บข้อมูลก็ได้ การใช้งานแฟลชไดร์ฟในแต่ครั้งผู้ใช้งานจึงควร ที่จะมีความรอบคอบให้มากกว่าปกติ เหตุเพราะบางครั้งการใช้งานอาจจะมีหลายงานจึงทำให้ผู้ใช้งาน เกิดความสะเพร่าในการสแกนไวรัสในทุกๆครั้งก็เป็นไปได้ แฟลชไดร์ฟ แม้จะมีประโยชน์ในการเก็บข้อมูลสำรองไว้ก็ตาม แต่การใช้งานนั้นจะให้ข้อมูลที่เก็บไว้สามารถยืดอายุของข้อมูลได้นาน ก็ต้องหมั่นเช็คในการสแกนไวรัสเสมอและต้องกระทำทุกๆครั้งในการใช้งาน แฟลชไดร์ฟจึงจะมีประสิทธิภาพในการใช้งานตามที่ผู้ใช้ต้องการ

สินค้าที่คุณอาจสนใจ

สั่งทำ สั่งผลิต USB แฟลชไดร์ฟ พร้อมสกรีนโลโก้ แบรนด์ องค์กร หรือข้อความของคุณได้ง่าย ๆ สอบถามได้เลย CLICK!










วิธีการใช้งานแฟลชไดร์ฟครั้งแรกอย่างถูกต้อง

การใช้งานแฟลชไดร์ฟ หลายๆ คนก็ทราบว่าให้นำแฟลชไดร์ฟไปเสียบกับช่อง USB ของคอมพิวเตอร์ แล้วทำการโอนย้ายข้อมูลเมื่อเสร็จแล้วก็ดึงแฟลชไดร์ฟออกจากช่องเสียบUSB คอมพิวเตอร์ แต่เรารู้หรือไม่ว่าในการใช้งานแฟลชไดร์ฟครั้งแรก หากเราใช้งานอย่างถูกวิธี...

การใช้งานแฟลชไดร์ฟ หลายๆ คนก็ทราบว่าให้นำแฟลชไดร์ฟไปเสียบกับช่อง USB ของคอมพิวเตอร์ แล้วทำการโอนย้ายข้อมูลเมื่อเสร็จแล้วก็ดึงแฟลชไดร์ฟออกจากช่องเสียบUSB คอมพิวเตอร์ แต่เรารู้หรือไม่ว่าในการใช้งานแฟลชไดร์ฟครั้งแรก หากเราใช้งานอย่างถูกวิธี ก็จะช่วยส่งผลให้การใช้งานครั้งต่อไปสามารถใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ และการใช้งานแฟลชไดร์ฟอย่างถูกวิธีในการใช้งานครั้งแรก เราจะต้องทำอะไรกันบ้าง เราตามมาดูคำตอบกันเลยค่ะ
ถึงแม้ว่าจะไม่ได้ส่งผลโดยตรงกับการทำงานของแฟลชไดร์ฟ แต่เราก็ควรที่จะสร้างลูกเล่นให้กับแฟลชไดร์ฟของเราด้วยการดาวน์โหลดไอคอนมาใส่ไว้ใน Root ของแฟลชไดร์ฟ ซึ่งเป็นการตั้งค่าให้แฟลชไดร์ฟสามารถที่จะทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ
หลังจากที่เราใส่ไอคอนให้กับแฟลชไดร์ฟของเราแล้ว สิ่งต่อมาที่เราควรทำต่อไป ก็คือลงไฟล์โปรแกรมที่เราต้องใช้งานบ่อยๆ และไฟล์โปรแกรมที่กำลังได้รับความนิยมมาเก็บไว้ในแฟลชไดร์ฟคราวนี้เราก็สามารถที่จะเรียกใช้โปรแกรมที่จัดเก็บไว้ในแฟลชไดร์ฟที่ไหนเมื่อไหร่ก็ได้สามารถช่วยเพิ่มความสะดวกในการเรียกใช้โปรแกรมที่สำคัญได้เป็นอย่างดี
เมื่อเราลงไฟล์โปรแกรมที่จำเป็นต้องใช้ไว้ในแฟลชไดร์ฟเรียบร้อยแล้ว ให้เราทำการตั้งค่าป้องกันการเขียนข้อมูลต่างๆ ลงไปในแฟลชไดร์ฟ เพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้ทั้งไวรัส กับสปายแวร์เข้ามาในตัวแฟลชไดร์ฟช่วยให้เราสามารถใช้แฟลชไดร์ฟได้อย่างปลอดภัยเมื่อต้องทำการเชื่อมต่อกับเครื่องคอมพิวเตอร์อื่นๆ แต่ถ้าหากเราต้องการบันทึกข้อมูลต่างๆ ลงไปในแฟลชไดร์ฟเพิ่มเติม เราก็ทำการปลดค่าป้องกัน และเมื่อเราทำการบันทึกข้อมูลลงไปในแฟลชไดร์ฟเสร็จสิ้น ก็ให้ทำการตั้งค่าป้องกันการเขียนข้อมูลลงไปเช่นเดิม คราวนี้ไม่ว่าเราจะเรียกใช้โปรแกรม หรือไฟล์ข้อมูลต่างๆ เราก็ไม่ต้องกังวลว่าสปายแวร์ กับไวรัสจะฝังอยู่ในแฟลชไดร์ฟ
และสำหรับคนที่ต้องการจะใช้ Linux บนแฟลชไดร์ฟให้ทำแฟลชไดร์ฟบูทได้ซะก่อน ด้วย pendrivelinuxซึ่งวิธีนี้จะช่วยให้เราสามารถที่จะใช้โปรแกรมเคลื่อนที่ได้เป็นการอัพเกรดให้ตัวแฟลชไดร์ฟ มีความทันสมัย และสามารถใช้งานได้อย่างรวดเร็วมากขึ้น
ซึ่งเพียงแค่เราทำตามวิธีการใช้แฟลชไดร์ฟครั้งแรกอย่างถูกต้อง ก็จะช่วยให้การใช้งานแฟลชไดร์ฟครั้งต่อๆ ไปมีประสิทธิภาพอย่างมากขึ้น แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นต้องอย่าลืมหมั่นทำการสำรองข้อมูลในแฟลชไดร์ฟเป็นประจำ ซึ่งอาจจะทำการสำรองข้อมูลด้วยการคัดลอกข้อมูลลงแผ่นซีดี เป็นต้น เพื่อเป็นการป้องกันข้อมูลที่อาจเกิดความเสียหายจากการที่แฟลชไดร์ฟโดนไวรัส หรือแฟลชไดร์ฟโดนขโมย

สินค้าที่คุณอาจสนใจ

สั่งทำ สั่งผลิต USB แฟลชไดร์ฟ พร้อมสกรีนโลโก้ แบรนด์ องค์กร หรือข้อความของคุณได้ง่าย ๆ สอบถามได้เลย CLICK!










เทคนิคเลือกซื้อแฟลชไดร์ฟให้ถูกใจ

แฟลชไดร์ฟหรือที่หลายๆ คนเรียกว่าHandy Drive ( แฮนดี้ไดร์ฟ )หรือ Thumb Drive ( Thumb Drive ) เป็นอุปกรณ์พกพาที่ไว้ใช้สำหรับในการเก็บข้อมูลไฟล์ต่างๆ ( ไฟล์เอกสาร , ไฟล์รูปภาพ , ไฟล์หนัง , ไฟล์เพลง )ซึ่งช่วยให้ผู้ใช้สะดวกสบายมากขึ้นในการเก็บ หรือโอนย้ายไฟล์ไปยังคอมพิวเตอร์เครื่องอื่นๆ...

แฟลชไดร์ฟหรือที่หลายๆ คนเรียกว่าHandy Drive ( แฮนดี้ไดร์ฟ )หรือ Thumb Drive ( Thumb Drive ) เป็นอุปกรณ์พกพาที่ไว้ใช้สำหรับในการเก็บข้อมูลไฟล์ต่างๆ ( ไฟล์เอกสาร , ไฟล์รูปภาพ , ไฟล์หนัง , ไฟล์เพลง )ซึ่งช่วยให้ผู้ใช้สะดวกสบายมากขึ้นในการเก็บ หรือโอนย้ายไฟล์ไปยังคอมพิวเตอร์เครื่องอื่นๆ ได้โดยไม่ต้องพกเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ใช้ในการเก็บข้อมูลไปด้วยนอกจากนี้ตัวแฟลชไดร์ฟที่มีน้ำหนักเบา , มีขนาดกะทัดรัด จึงช่วยเพิ่มความสะดวกในการพกพาไปไหนมาไหนและด้วยเหตุนี้จึงทำให้แฟลชไดร์ฟเป็นที่นิยมนำมาใช้กันอย่างแพร่หลาย ซึ่งก็ยังมีอีกหลายคนที่อยากจะหาซื้อแฟลชไดร์ฟมาใช้บ้างแต่ติดตรงไม่รู้ว่าควรเลือกซื้อแฟลชไดร์ฟตัวไหนมาใช้จึงจะถูกใจ ต้องลองหันมาอ่านทางนี้กันแล้วล่ะค่ะ เพราะเรามีเทคนิคการเลือกซื้อแฟลชไดร์ฟมาฝากทุกคนกันค่ะ
ซึ่งเทคนิคการเลือกซื้อแฟลชไดร์ฟให้ได้ถูกใจ ก็คือเราจะต้องเลือกแบบที่เหมาะสมกับการใช้งานของเรา โดยคำนึงถึงขนาดความจุที่ใช้งาน กับคามเร็วในการเชื่อมต่อกับพอร์ต USB ยิ่งเราเน้นใช้เก็บไฟล์ขนาดใหญ่ หรือเก็บไฟล์เยอะ ก็ควรเลือกแฟลชไดร์ฟที่มีความจุมากๆ และเป็นUSB3.0ส่วนขนาดของแฟลชไดร์ฟที่เราควรเลือกซื้อ ก็คือเลือกขนาดที่เหมาะกับการจัดเก็บของเรา นอกจากนี้การเลือกซื้อแฟลชไดร์ฟเราจะต้องดูด้วยว่าความเร็วในการอ่านเขียนข้อมูลของตัวแฟลชไดร์ฟอยู่ที่เท่าไหร่ โดยหากเราเลือกแฟลชไดร์ฟที่มีความเร็วน้อย ก็จะส่งผลต่อเวลาในการโอนย้ายเก็บข้อมูล ซึ่งถ้าเรามีการย้ายโอนข้อมูลบ่อยๆ เราก็ควรจะเลือกซื้อแฟลชไดร์ฟแบบความเร็วสูงที่มีการใช้เทคโนโลยีSingle-Level Cell ( SLC )ซึ่งสามารถให้ความเร็วในการอ่านเขียนข้อมูลได้สูงกว่าแฟลชไดร์ฟที่ใช้เทคโนโลยี Multi-Level Cell ( MLC )และในการเลือกซื้อแฟลชไดร์ฟเราควรที่จะดูฟีเจอร์พิเศษของแฟลชไดร์ฟ เพราะแต่ละรุ่นก็จะมีฟีเจอร์พิเศษที่แตกต่างกันไป เช่น ยืนยันความเป็นเจ้าของแฟลชไดร์ฟตัวนั้นด้วยการสแกนลายนิ้วมือ และในบางรุ่นก็จะมีแถมซอฟท์แวร์เสริม เพื่อที่จะช่วยเสริมการใช้งานแฟลชไดร์ฟให้ดีมากยิ่งขึ้น อาทิ การบีบไฟล์อัตโนมัติ ช่วยในการเพิ่มพื้นที่จัดเก็บข้อมูล , ป้องกันการเข้าถึงข้อมูลด้วยรหัสผ่าน , การซิงโคร์ไนซ์ไฟล์ข้อมูลระหว่างตัวแฟลชไดร์ฟ กับตัวเครื่องคอมพิวเตอร์ ช่วยให้ข้อมูลทันสมัยอยู่ตลอด เป็นต้น
และแค่เราเลือกซื้อแฟลชไดร์ฟโดยอิงตามเทคนิคนี้ล่ะก็ จะได้แฟลชไดร์ฟที่ถูกใจ และเหมาะสมกับการใช้งานของเราอย่างแน่นอน แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก่อนออกจากร้านอย่าลืมตรวจเช็คแฟลชไดร์ฟด้วยว่าอยู่ในสภาพที่สมบูรณ์หรือไม่ และอย่าลืมขอใบเสร็จรับเงินเผื่อใช้เป็นหลักฐานในการเคลมสินค้ากันด้วยนะคะ

สินค้าที่คุณอาจสนใจ

สั่งทำ สั่งผลิต USB แฟลชไดร์ฟ พร้อมสกรีนโลโก้ แบรนด์ องค์กร หรือข้อความของคุณได้ง่าย ๆ สอบถามได้เลย CLICK!










จะแก้ไขอย่างไรหากคอมพิวเตอร์มองไม่เห็นแฟลชไดร์ฟของคุณ

แฟลชไดร์ฟเป็นอุปกรณ์จัดเก็บไฟล์ที่มีระบบการใช้งานที่ง่าย สะดวก สามารถใช้งานได้กับคอมพิวเตอร์แทบทุกรุ่นทุกยี่ห้อเลยทีเดียว แต่คุณคงไม่สบายใจอย่างแน่นอนหากแฟลชไดร์ฟที่อัดแน่นไปด้วยข้อมูลต่างๆ เอกสารไฟล์งาน หรือไฟล์ที่คุณหวงแหน...

แฟลชไดร์ฟเป็นอุปกรณ์จัดเก็บไฟล์ที่มีระบบการใช้งานที่ง่าย สะดวก สามารถใช้งานได้กับคอมพิวเตอร์แทบทุกรุ่นทุกยี่ห้อเลยทีเดียว แต่คุณคงไม่สบายใจอย่างแน่นอนหากแฟลชไดร์ฟที่อัดแน่นไปด้วยข้อมูลต่างๆ เอกสารไฟล์งาน หรือไฟล์ที่คุณหวงแหน เกิดเปิดไม่ติดแม้ว่าจะพยายามเชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์เครื่องใด อาการแฟลชไดร์ฟแสดงผลใดๆแบบนี้มักจะเกิดจากไม่กี่สาเหตุ ฉะนั้นวันนี้เราจะมาเรียบรู้ถึงสาเหตุและวิธีการแก้หากเกิดอาการดั่งกล่าวขึ้น
สาเหตุของอาการแฟลชไดร์ฟเปิดไม่ติดนั้นมักจะเกิดความผิดพลาดของระบบปฏิบัติการณ์กับระบบภายในของแฟลชไดร์ฟที่ไม่สามารถเชื่อมต่อกันได้ คุณจึงต้องใช้วิธีสัก 2 – 3 วิธีเพื่อช่วยแก้ไขอาการดั่งกล่าว วิธีแรกเริ่มต้นด้วยการเสียบแฟลชไดร์ฟเข้ากับคอมพิวเตอร์หรือโน๊ตบุ๊คให้เรียบร้อย จากนั้นมาที่หน้าจอและคลิ๊กขวาที่ไอคอน My computer กดเลือกที่เมนูProperties จะปรากฏหน้าจอใหญ่ขึ้นมาให้คุณสังเกตุที่ด้านซ้ายจะพบเมนู Device Manager ให้กดเลือกเข้าไปจากนั้นจะพบกับรายชื่อ Device มากมายที่ได้ทำการเชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์ของคุณ สังเกตุว่าจะมีบางตัวที่ขึ้นไอคอนตกใจสีเหลืองหรือส่วนมากจะอยู่ในส่วนจอง Universal Serial เมื่อพบให้กดคลิ๊กขวาที่ USB Mass Storage Device ตรงจุดนี้คุณสามารถเลือกคำสั่ง Uninstall เพื่อให้ระบระทำการถอนการติดตั้งไดรเวอร์ตัวเดิมของแฟลชไดร์ฟออก จากนั้นให้ผู้ใช้ถอดแฟลชไดร์ฟออกแล้วลองเชื่อมต่อใหม่เพื่อทำให้คอมพิวเตอร์ทำการติดตั้งไดรเวอร์เพื่อช่วยในการเชื่อมต่อนั่นเอง อีกคำสั่งหนึ่งคือคลิกขวาและเลือก Update driver Software หากคอมพิวเตอร์ของคุณเชื่อมต่อกับอินเตอร์เน็ตระบบจะทำการค้นหาและทำการติดตั้งให้โดยอัตโนมัติ หากคุณยังไม่พบให้เลือกใช้วิธีถัดมาคือให้คุณคลิกขวาที่ My computer เช่นเดิมแต่เลือกที่เมนู Manage จะปรากฏหน้าต่างเมนูขึ้นมาให้คุณคลิ๊กที่ Disk Management ที่บริเวณด้านซ้าย จะพบรายชื่อ Volume หรือไดร์ฟต่างๆที่อยู่ในเครื่องของเรา เมื่อพบไดร์ฟของแฟลชไดร์ฟให้คุณคลิกขวาที่ไดร์ฟนั้นและเลือกmเมนู Change Drive Letter and Paths จะปรากฏหน้าจอให้เลือก Change และให้คุณเปลี่ยน Drive Letter ตามด้วยกด OK
เมื่อคุณได้ลองวิธีดั่งกล่าวไปแล้วแต่ยังไม่สามารถมองเห็นแฟลชไดร์ฟบนคอมพิวเตอร์ได้ อาจจะเกิดจากช่องเสียบ USB ของคุณมีปัญหา, Windows ไม่สมบูรณ์ หรือแฟลชไดร์ฟเกิดความเสียหายจนไม่สามารถเชื่อมต่อได้ ทางที่ดีควรติดต่อช่างที่ความชำนาญเพื่อช่วยแก้ไขในเชิงลึกจะดีที่สุด เพราะหากคุณทำการแก้ไขด้วยตนเองอาจจะทำให้เกิดความเสียหายกับตัวแฟลชไดร์ฟหรือข้อมูลภายในแฟลชไดร์ฟได้ แฟลชไดร์ฟถือว่าเป็นอุปกรณ์ที่มีอายุการใช้งานที่ยาวนานหากคุณไม่โดนน้ำ โดนความชื้น หรือตกจากที่สูงมากจนเกินไป

สินค้าที่คุณอาจสนใจ

สั่งทำ สั่งผลิต USB แฟลชไดร์ฟ พร้อมสกรีนโลโก้ แบรนด์ องค์กร หรือข้อความของคุณได้ง่าย ๆ สอบถามได้เลย CLICK!










เลือกแฟรชไดร์ฟให้เหมาะสมกับงาน

ในปัจจุบันแฟรชไดร์ฟในปัจจุบันเป็นอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก เนื่องจากสามารถช่วยอำนวยความสะดวกในการทำงานได้เป็นอย่าง เนื่องจากเป็นอุปกรณ์หน่วยความจำแบบแฟลชที่สามารถเพิ่มเติมข้อมูลได้ และสามารถนำตัวแฟรชไดร์ฟกลับมาใช้งานซ้ำได้...

ในปัจจุบันแฟรชไดร์ฟในปัจจุบันเป็นอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก เนื่องจากสามารถช่วยอำนวยความสะดวกในการทำงานได้เป็นอย่าง เนื่องจากเป็นอุปกรณ์หน่วยความจำแบบแฟลชที่สามารถเพิ่มเติมข้อมูลได้ และสามารถนำตัวแฟรชไดร์ฟกลับมาใช้งานซ้ำได้ อีกทั้งในปัจจุบันแฟรชไดร์ฟยังมีราคาที่ถูกลงกว่าในสมัยก่อนเป็นอย่างมาก จึงทำให้เจ้าอุปกรณ์ชิ้นนี้ได้รับความนิยมมากนั่นเอง แต่ในปัจจุบันได้มีแฟรชไดร์ฟออกจำหน่ายในท้องตลาดเป็นจำนวนมาก หลายรูปแบบหลายยี่ห้อ หลายขนาดความจุ จึงทำให้ผู้ใช้งานเกิดตั้งคำถามว่า เราควรเลือกแฟรชไดร์ฟอย่างไรกันดี วันนี้ผมมีเรื่องราวดีๆ มาฝากคุณผู้อ่านทุกคนครับ
สิ่งที่ควรคำนึงถึงเบื้องต้นในการเลือกซื้อแฟรชไดร์ฟมาใช้งาน มีดังนี้
1. ยี่ห้อแฟรชไดร์ฟ ในปัจจุบันมียี่ห้อของแฟรชไดร์ฟออกมาจำหน่ายหลายยี่ห้อ ซึ่งตามความเป็นจริงแล้ว แต่ละยี่ห้อก็ไม่ได้มีความแตกต่างกันมากนัก อาจแตกต่างกันที่ราคาเพียงนิดหน่อยและระยะเลาในการรับประกันเท่านั้นครับผม ซึ่งบางคนอาจจะมองที่เรื่องของความคุ้มค่าและความน่าเชื่อถือของยี่ห้อนั่นเอง
2. ความจุของแฟรชไดร์ฟในเรื่องของพื้นที่การเก็บงานนั้น เป็นอีกเรื่องที่สำคัญที่สุดนะครับ เพราะเราซื้อแฟรชไดร์ฟมาเพื่อการบรรจุข้อมูล ดังนั้น เราควรจะพิจารณาว่าไฟล์งานที่เราต้องการนำมาจัดเก็บนั้น มีไฟล์ที่ใหญ่ขนาดเท่าใด เพียงพอต่อการเก็บไฟล์งานหรือไม่ ต้องพิจารณาดูให้ดีนะครับ เพื่อที่เราซื้อแฟรชไดร์ฟมาแล้วจะได้ไม่เสียใจที่ว่า รู้อย่างนี้ซื้อที่ขนาดใหญ่กว่านี้จะดีกว่าอะไรทำนองนี้นะครับ ซึ่งในปัจจุบันแฟรชไดร์ฟมีขนาดตั้งแต่ 1 GB, 4 GB, 16 GB จนไปถึง 1 TB ก็มีแล้วนะครับ
3. ชนิดของแฟรชไดร์ฟชนิดของแฟรชไดร์ฟก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่ต้องพิจารณาเพราะจะส่งผลถึงเรื่องความเร็วในการรับส่งข้อมูล ซึ่งอาจจะไม่มีผลกับไฟล์เล็กๆนะครับ แต่ไฟล์ใหญ่เราจะได้ไม่เสียเวลาในการรับส่งข้อมูลมากเกินไปถูกต้องไหมครับ โดยในปัจจุบันนี้จะมีแฟรชไดร์ฟ ก็จะมีตั้งแต่ 2.0 3.0 จนถึง 3.1 แล้วนะครับ ซึ่งจะแตกต่างกันที่ความเร็วในการรับส่งไฟล์อย่างที่บอกไว้นั่นเองครับ
4. ขนาดของตัวแฟรชไดร์ฟแฟรชไดร์ฟมีหลายรูปร่างนะครับในปัจจุบัน โดยอาจจะเป็นรูปสี่เหลี่ยมธรรมดา ขนาดเล็กขนาดใหญ่แตกต่างกัน หรืออาจะเป็นตัวการ์ตูนต่างๆ เพื่อเพิ่มความน่ารัก และโดดเด่น เป็นที่จดจำได้ว่านี่แฟรชไดร์ฟของเราเองนะ ดังนั้นผู้ใช้งานคนใด ชื่นชอบแบบใดก็สามารถหาเลือกซื้อได้ตามร้านค้าอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ หรือร้านค้าชั้นนำทั่วไปได้เลยครับ

สินค้าที่คุณอาจสนใจ

สั่งทำ สั่งผลิต USB แฟลชไดร์ฟ พร้อมสกรีนโลโก้ แบรนด์ องค์กร หรือข้อความของคุณได้ง่าย ๆ สอบถามได้เลย CLICK!










ประวัติของแฟลชไดร์ฟ

อุปกรณ์ที่ใช้งานกับเครื่องคอมพิวเตอร์ ไม่ว่าจะเป็นอุปกรณ์หลัก หรืออุปกรณ์เสริม นั้นมีอยู่มากมายหลายชนิด เพื่อวัตถุประสงค์ในการใช้งานที่แตกต่างกันออกไป ตัวอย่างเช่น แป้นพิมพ์ก็จะใช้สำหรับป้อนข้อมูลเข้าสู่เครื่องคอมพิวเตอร์ เครื่องพิมพ์...

อุปกรณ์ที่ใช้งานกับเครื่องคอมพิวเตอร์ ไม่ว่าจะเป็นอุปกรณ์หลัก หรืออุปกรณ์เสริม นั้นมีอยู่มากมายหลายชนิด เพื่อวัตถุประสงค์ในการใช้งานที่แตกต่างกันออกไป ตัวอย่างเช่น แป้นพิมพ์ก็จะใช้สำหรับป้อนข้อมูลเข้าสู่เครื่องคอมพิวเตอร์ เครื่องพิมพ์ ก็จะเป็นหน่วยแสดงผลชนิดหนึ่งที่ออกมาในรูปของแผ่นกระดาษ แต่จะมีอุปกรณ์ชิ้นหนึ่งเป็นที่ส่วนใหญ่จะเป็นสี่เหลี่ยมขนาดประมาณนิ้วมือ หรือบางอันก็จะเป็นรูปตัวการ์ตูนรูปร่างต่างๆ แตกต่างกันออกไป ถ้าคนที่ใช้งานบ่อยๆหรือมีความคุ้นเคยจะเรียกเจ้าสิ่งของชิ้นนี้ว่าแฟลชไดร์ฟซึ่งในวันนี้ผมจะพาทุกคนไปรู้จักกับประวัติความเป็นมาของเจ้าแฟลชไดร์ฟกันครับ
แฟลชไดร์ฟ (Flashdrive) เป็นอุปกรณ์ที่ใช้เก็บข้อมูลคอมพิวเตอร์ โดยใช้หน่วยความจำแบบแฟรช โดยขนาดของแฟลชไดร์ฟนั้นจะมีขนาดเล็ก สามารถพกพาได้อย่างสะดวก โดยประวัติความเป็นมาของเจ้าแฟลชไดร์ฟในยุคแรกตั้งแต่กลางปี 1980 มีต้นกำเนิดมาจากการเป็นหน่วยความจำแฟรช(Flash memory) ซึ่งจะเป็นแบบ NAND จะมีรูปร่างเป็นแผ่นสี่เหลี่ยมบางๆ มันถูกพัฒนาขึ้นโดยบริษัท Toshiba นำสิ่งที่ดีสู่ชีวิต ของพวกเรานั่นเอง และจากนั้น USB Flash drives ก็ได้ถูกพัฒนาขึ้นมาช่วงปลายปี 1990 เปลี่ยนจากการใช้รูปแบบ NAND ที่จะเป็นสี่เหลี่ยม มีแผ่นทองแดงติดไว้ มาเป็น USB port ที่มีรูปร่างเหมือนในปัจจุบันนั่นเองครับ ซึ่งมีคุณสมบัติที่ดีขึ้นตรงที่การเชื่อมต่อแฟลชไดร์ฟไม่ต้องใช้โปรแกรมเพิ่มเติมมาใช้เชื่อมต่อครับ โดยบริษัทที่มีชื่อเสียงมากเกี่ยวกับแฟลชไดร์ฟในขณะนั้น คือ Sandiskซึ่งทุกวันนี้ก็ยังอยู่นะครับบริษัทนี้ ส่วนเรื่องความจุของแฟลชไดร์ฟในยุคเริ่มแรกนั้น มีคามจุเพียง 8 เมกะไบต์ เท่านั้นเอง มาจากบริษัท IBM จากกนั้นก็ได้เริ่มพัฒนามาเป็น 16 เมกะไบต์, 64 เมกะไบต์ และ 128 เมกะไบต์ ซึ่งเริ่มมีความนิยมในการใช้งานมากขึ้นแล้ว แต่ก็ยังมีราคาที่สูงอยู่ไม่น้อย จนมาถึงในยุคปัจจุบันที่แฟลชไดร์ฟมีความจุมากขึ้นจนเป็นหน่วยกิกกะไบต์แล้วโดยในช่วงแรกแฟลชไดร์ฟขนาด 1 GB นั้นก็ยังมีราคาที่แพงอยู่ มีความนิยมในกลุ่มผู้ที่ใช้งานเฉพาะๆ แต่ปัจจุบันราคาแฟลชไดร์ฟเริ่มถูกลง แต่ก็ยังมีพื้นที่เก็บข้อมูลที่มากมายขึ้น ทำให้หลายคนสามารถเป็นเจ้าของแฟลชไดร์ฟเพื่อใช้งานได้มากขึ้นครับ
แฟลชไดร์ฟ เป็นอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ที่ได้รับความนิยมในการใช้งานเป็นอย่างมาก เพราะสามารถช่วยอำนวยความสะดวกในการทำงานได้อย่างดีเลยทีเดียว สามารถคัดลอกหรือเคลื่อนย้ายข้มูลคอมพิวเตอร์ต่างๆ ได้ง่าย และในปัจจุบันที่ราคาของแฟลชไดร์ฟลดลงจึงสามารถนำมาใช้งานกันได้อย่างทั่วถึงทุกคนครับ

สินค้าที่คุณอาจสนใจ

สั่งทำ สั่งผลิต USB แฟลชไดร์ฟ พร้อมสกรีนโลโก้ แบรนด์ องค์กร หรือข้อความของคุณได้ง่าย ๆ สอบถามได้เลย CLICK!










ทำไมเราถึงควรเลือกใช้งานแฟลชไดร์ฟ

แฟลชไดร์ฟ (Flash drive) เป็นอุปกรณ์หน่วยความจำของคอมพิวเตอร์ที่ใช้บันทึกข้อมูลในรูปของความจำแฟลช คือ สามารถลบหรือเพิ่มเติมข้อมูลได้ตลอดเวลา ซึ่งในปัจจุบันแฟลชไดร์ฟ ถือว่าเป็นอุปกรณ์ชิ้นสำคัญในการใช้งานคอมพิวเตอร์เลยก็ว่าได้...

แฟลชไดร์ฟ (Flash drive) เป็นอุปกรณ์หน่วยความจำของคอมพิวเตอร์ที่ใช้บันทึกข้อมูลในรูปของความจำแฟลช คือ สามารถลบหรือเพิ่มเติมข้อมูลได้ตลอดเวลา ซึ่งในปัจจุบันแฟลชไดร์ฟ ถือว่าเป็นอุปกรณ์ชิ้นสำคัญในการใช้งานคอมพิวเตอร์เลยก็ว่าได้ เพราะไม่ว่าจะทำงานอะไรหรือใครใช้งานส่วนมากก็จะมีการพกพาแฟลชไดร์ฟไปใช้งานด้วยเสมอ แล้วถ้าถามถึงว่าทำไมแฟลชไดร์ฟจึงได้รับความนิยมในการใช้งานเป็นอย่างมาก ก็น่าจะมีข้อดีในเรื่องของการใช้งาน ดังนี้

1. มีขนาดเล็กพกพาง่ายแฟลชไดร์ฟเป็นหน่ยความจำที่มีขนาดเล็กเพียงประมาณขนาดเท่านิ้วมือ จึงทำให้สามารถพกพาไปไหนมาไหนได้สะดก ช่วยในการคัดลอกข้อมูลหรือเคลื่อนย้ายไฟล์งานต่างๆ ได้อย่างง่ายดายนั่นเองครับ

2. เป็นหน่วยความจำที่ราคาไม่แพงในปัจจุบันราคาของแฟลชไดร์ฟถือว่ามีราคาถูกลงมาจากเมื่อก่อน แถมยังได้พื้นที่ในการเก็บข้อมูลมากเพียงพอต่อการใช้งานอีกด้วย จึงถือว่าในการใช้งานเก็บข้อมูลบางอย่างที่ใช้แฟลชไดร์ฟก็เพียงพอนั้น ถือว่าเป็นการใช้อุปกรณ์หน่วยความจำที่มีราคาไม่แพงเลย

3. สามารถบรรจุไฟล์ข้อมูลได้ทุกประเภทแฟลชไดร์ฟเป็นอุปกรณ์หน่ยความจำแบบแฟลช สามารถจัดเก็บข้อมูลได้ทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็นไฟล์เอกสาร ไฟล์รูปภาพ ไฟล์เสียง หรือไฟล์วิดีโอต่างๆ แฟลชไดร์ฟสามารถใช้จัดเก็บข้อมูลได้ทั้งสิ้น แฟลชไดร์ฟจึงได้รับความนิยมในการใช้งานมาก

4. มีขนาดความจุให้เลือกได้มากมายในปัจจุบันแฟลชไดร์ฟได้ผลิตออกมาหลากหลายรูปแบบ และมีพื้นที่จัดเก็บข้อมูลหลายขนาดตามความต้องการใช้งาน แฟลชไดร์ฟจึงช่วยตอบโจทย์ในการใช้งานได้เป็นอย่างดี จึงทำให้ได้รับความนิยมนำมาใช้งานนั่นเองครับ

5. สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้แฟลชไดร์ฟเป็นอุปกรณ์ที่เป็นหน่วยความจำแบบแฟลช สามารถเพิ่มเติมข้อมูล หรือลบ ทำซ้ำ ทำใหม่ เพื่อใช้งานในด้านต่างๆ ได้ ถือว่าเมื่อซื้อแฟลชไดร์ฟมาใช้งานนั้นสามารถใช้งานได้อย่างยาวนานและมีความคุ้มค่าแน่นอนครับผม
อุปกรณ์ไอที หรืออุปกรณ์ที่ใช้งานเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์นั้น มีอยู่หลายอย่างหลายรูปแบบขึ้นอยู่กับการใช้งานของเราในแต่ละประเภท ซึ่งแฟลชไดร์ฟก็เป็นอีกหนึ่งอุปกรณ์ที่มีความจำเป็นในการใช้งานในปัจจุบันเพราะไม่ว่าเราจะไปที่ใดก็ตาม ตามสำนักงานต่างๆ เชื่อได้เลยว่าจะต้องพบแฟลชไดร์ฟอย่างน้อย 1 อัน เพื่อใช้ในงานสำนักงานหรืองานส่วนตัว ก็เพราะมันเป็นตัวช่วยเราได้เป็นอย่างดีนั่นเองครับ จึงไม่แปลกใจเลยว่าปัจจุบันนี้ แฟลชไดร์ฟ ถือว่าเป็นอุปกรณ์ที่ได้รับความนิยมจนแทบจะถือว่าเป็นอุปกรณ์ที่คู่กับคอมพิวเตอร์เลยก็ว่าได้

สินค้าที่คุณอาจสนใจ

สั่งทำ สั่งผลิต USB แฟลชไดร์ฟ พร้อมสกรีนโลโก้ แบรนด์ องค์กร หรือข้อความของคุณได้ง่าย ๆ สอบถามได้เลย CLICK!










เชื่อมต่อแฟรชไดร์ฟกับเครื่องคอมพิวเตอร์

การเชื่อมต่ออุปกรณ์เสริมคอมพิวเตอร์ เช่น เมาส์หรือคีย์บอร์ด จะเชื่อมต่อด้วยช่องเสียบหรือที่เราเรียกว่าพอร์ต (Port) ซึ่งรอบๆตัวเครื่องคอมพิวเตอร์จะมีพอร์ตอยู่หลากหลายรูปแบบตามลักษณะของการใช้งานที่แตกต่างกันออกไป แต่พอร์ตที่ได้รับความนิยมมาก คือ พอร์ต USB...

การเชื่อมต่ออุปกรณ์เสริมคอมพิวเตอร์ เช่น เมาส์หรือคีย์บอร์ด จะเชื่อมต่อด้วยช่องเสียบหรือที่เราเรียกว่าพอร์ต (Port) ซึ่งรอบๆตัวเครื่องคอมพิวเตอร์จะมีพอร์ตอยู่หลากหลายรูปแบบตามลักษณะของการใช้งานที่แตกต่างกันออกไป แต่พอร์ตที่ได้รับความนิยมมาก คือ พอร์ต USB ซึ่งแฟรชไดร์ฟก็เป็นอีกหนึ่งอุปกรณ์ที่ใช้การเชื่อมต่อด้วยพอร์ต USB ครับผม


พอร์ต USB นั้นได้เกิดขึ้นมาเมื่อปลาย พ.ศ.2538 (ค.ศ.1995) ซึ่งออกมาในช่วงระบบปฎิบัติการ Windows 95 เปิดตัวใหม่ๆ เช่นกัน แต่พอร์ต USB เริ่มเป็นที่รู้จักใช้งานกันจริงจังในช่วง พ.ศ. 2541 (ค.ศ.1998) ในสมัยนั้นใครมีแฟรชไดร์ฟ ขนาดเนื้อที่ประมาณ 8 เมกกะไบต์ ถือว่าเป็นจำนวนคนกลุ่มน้อยมากๆ เพราะในช่วงนั้นแฟรชไดร์ฟมีราคาสูงมากๆ แต่ในปัจจุบัน ยุค 2016 การใช้งานพอร์ต USB ใช้งานกันอย่างแพร่หลายจนเป็นเรื่องปกติ แล้วราคาของแฟรชไดร์ฟก็ถูกลงมากที่ทุกคนสามารถหาซื้อมาใช้งานได้ เพื่อใช้งานตามัตถุประสงค์ต่างๆ บางคนอาจใช้บรรจุข้อมูลเพื่อไปทำงานในสถานที่ต่างๆ บางคนอาจใช้แค่บรรจุเพลงฟังเพื่อความบันเทิงเท่านั้น แต่ท้งนี้ทั้งนั้นแฟรชไดร์ฟก็ถือว่าได้รับความนิยมในการใช้งานเป็นอย่างมาก เนื่องจากเป็นหน่วยความจำที่มีราคาถูก มีขนาดเล็ก ซึ่งสามารถพกพาได้สะดวกไปยังสถานที่ต่างๆ ได้อย่างง่ายดาย ไม่จำเป็นต้องพกพาหน่วยความจำที่มีขนาดใหญ่ๆ ไป อีกทั้งแฟรชไดร์ฟยังเป็นหน่วยความจำแบบแฟรช ที่สามารถเพิ่ม ลบ แก้ไขข้อมูลไฟล์งานต่างๆ ได้ จึงทำให้เราประหยัดเงินที่จะซื้ออุปกรณ์หน่วยความจำมาใช้งาน จึงนับได้ว่าแฟรชไดร์ฟเป็นอุปกรณ์ที่มีความคุ้มค่าคุ้มราคานั่นเองครับ อีกทั้งแฟรชไดร์ฟยังเป็นอุปกรณ์ที่มีพื้นที่ความจุข้อมูลให้สามารถเลือกใช้งานได้หลากหลายรูปแบบหลายขนาดตามความต้องการขงการใช้งานเลย ตั้งแต่ 1 GB ไปจนถึง 128 GB และในปัจจุบันได้ข่าวจากทางฝั่งของเจ้าพ่อยักษ์ใหญ่แห่งวงการแฟรชไดร์ฟ ว่าได้เปิดตัวแฟรชไดร์ฟที่มีพื้นที่ในการเก็บข้อมูลสูงถึง 1 TB เลยทีเดียว งมีขนาดพื้นที่เท่าๆกับคอมพิวเตอร์เครื่องหนึ่งเลยนะครับผม และอีกอย่างคือเรื่องความเร็วของแฟรชไดร์ฟในการรับส่งข้อมูลต่างๆ ที่จะมีผลกับไฟล์งานที่มีขนาดใหญ่ๆ ท่ไม่ต้องเสียเวลารอการคัดลอกไฟล์งานนั่นเองครับ ซึ่งในปัจจุบันแฟรชไดร์ฟที่ยังใช้งานอยู่ คือ2.0 ความเร็วประมาณ 480 Mbps และ 3.0 ความเร็วประมาณ 4.8 Gbpsและได้ข่าวมาว่าปัจจุบันมีถึง 3.1 กันแล้วนะครับ ความเร็วขนาดนี้ช่วยทำให้ให้การคัดลอกหรือย้ายไฟล์ข้อมูลต่างๆ สามารถทำได้รวดเร็วมากขึ้น ข้อมูลเหล่านี้จะถูกระบุอยู่บนตัวของอุปกรณ์แฟรชไดร์ฟอยู่ ผู้ใช้งานสามารถเลือกใช้ได้ตามความต้องการ และสอบถามข้อมูลต่างๆ ได้จากร้านค้าชั้นนำเลยครับ

สินค้าที่คุณอาจสนใจ

สั่งทำ สั่งผลิต USB แฟลชไดร์ฟ พร้อมสกรีนโลโก้ แบรนด์ องค์กร หรือข้อความของคุณได้ง่าย ๆ สอบถามได้เลย CLICK!










4 ทริค เลือกซื้อแฟลชไดร์ฟ ให้คุ้มค่าที่สุด

ในปัจจุบัน ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าแฟลชไดร์กำลังเป็นทีนิยมและมีความสำคัญเป็นอย่างมาก นั่นก็เพราะแฟลชไดรฟ์ เป็นตัวช่วยที่ดีในการเก็บข้อมูลและถ่ายโอนข้อมูลจากอุปกรณ์หนึ่งไปอีกอุปกรณ์หนึ่งนั่นเอง อีกทั้งยังพกพาได้สะดวกและใช้งานง่ายอีกด้วย...

ในปัจจุบัน ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าแฟลชไดร์กำลังเป็นทีนิยมและมีความสำคัญเป็นอย่างมาก นั่นก็เพราะแฟลชไดรฟ์ เป็นตัวช่วยที่ดีในการเก็บข้อมูลและถ่ายโอนข้อมูลจากอุปกรณ์หนึ่งไปอีกอุปกรณ์หนึ่งนั่นเอง อีกทั้งยังพกพาได้สะดวกและใช้งานง่ายอีกด้วย แต่ทั้งนี้การจะเลือกซื้อแฟลชไดรฟ์มาครอบครองสักอันนั้น จะต้องเลือกให้คุ้มค่าที่สุด โดยมี 4ทริคแนะนำ ดังนี้

  1. เลือกความจุให้เหมาะกับการใช้งาน

การจะเลือกแฟลชไดรฟ์ให้ใช้งานได้อย่างคุ้มค่านั้น อันดับแรกจะต้องดูก่อนว่าต้องการใช้งานแบบไหน ใช้เก็บไฟล์เอกสารเพียงอย่างเดียว เก็บรูป หรือมีไฟล์เพลง ไฟล์หนังขนาดใหญ่ด้วย ซึ่งหากใช้เพื่อเก็บเอกสารในการทำงานเท่านั้น ก็อาจเลือกซื้อที่ขนาด 4-8 GB ก็พอ แต่หากใช้เก็บไฟล์หนังหรือไฟล์ขนาดใหญ่ แฟลชไดรฟ์ขนาด 16 GB ก็จะเหมาะที่สุด

  1. ขนาดและดีไซต์สุดเก๋

แฟลชไดรฟ์ ยิ่งมีขนาดเล็ก และมีดีไซต์สุดเก๋ ก็จะยิ่งน่าใช้งานมากขึ้น โดยในส่วนนี้ คุณสามารถเลือกแฟลชไดรฟ์ที่มีดีไซต์เก๋ น่ารัก หรือดูเรียบง่ายๆ เท่ห์ๆ ตามชอบได้เลย แต่ทั้งนี้ก็อย่าลืมคำนึงถึงความสะดวกในการใช้งานด้วย

  1. ตรวจเช็กพอร์ตเชื่อมต่อ

สำหรับพอร์ตเชื่อมต่อ USB ในปัจจุบันก็จะมี 2 แบบด้วยกัน คือ USB 2.0 และ USB 3.0 ซึ่งก็มีความเหมาะสมกับการใช้งานที่แตกต่างกันไปด้วย นั่นก็คือ

  • USB 2.0 จะเหมาะกับการใช้งานในการเก็บข้อมูลไฟล์ขนาดเล็ก เช่น ไฟล์เอกสารและไฟล์รูปภาพ
  • USB 3.0 จะเหมาะกับการใช้งานในการเก็บข้อมูลไฟล์ขนาดใหญ่ เช่น ไฟล์เพลง ไฟล์หนัง หรือไฟล์วิดีโอ

ดังนั้นก่อนจะซื้อทุกครั้ง ก็ควรสังเกตดูด้วยว่าเป็นพอร์ตเชื่อมต่อแบบไหน ทั้งนี้ก็เพื่อให้ได้ แฟลชไดรฟ์ที่ใช้งานได้อย่างคุ้มค่าที่สุด

  1. มีประกันหรือเปล่า

บางครั้ง แค่เห็นแฟลชไดรฟ์ลดราคากำลังวางขาย หลายคนก็รีบเข้าไปซื้อทันที โดยลืมดูไปว่าแฟลชไดรฟ์นั้นมีประกันสินค้าหรือไม่ ซึ่งก็นับว่าเป็นความผิดพลาดพอสมควรเลยทีเดียว เพราะฉะนั้นก่อนตัดสินใจซื้อ จะต้องดูก่อนว่าทางร้านมีการรับประกันให้หรือเปล่า และมีการรับประกันเป็นเวลานานแค่ไหน ทั้งนี้ก็เพราะหากแฟลชไดร์ฟที่คุณใช้เก็บข้อมูลสำคัญ เกิดขัดข้องขึ้นมาซะเฉยๆ ก็จะได้มีผู้รับผิดชอบและคุณเองไม่ต้องเสียเงินเปล่านั่นเอง

และนี่ก็เป็นทริคง่ายๆ ที่คุณควรจะรู้ในการซื้อแฟลชไดร์ฟคู่ใจ เพื่อให้ได้แฟลชไดร์ฟที่ดีที่สุดและมีคุณภาพที่สุดมาใช้งาน ซึ่งนอกจาก 4 ข้อที่กล่าวมาแล้ว อีกสิ่งหนึ่งที่ต้องให้ความสำคัญก็คือ ราคาที่สมเหตุสมผลนั่นเอง รู้แบบนี้แล้วก็สามารถซื้อแฟลชไดร์ฟได้อย่างมั่นใจแล้วล่ะ

สินค้าที่คุณอาจสนใจ

สั่งทำ สั่งผลิต USB แฟลชไดร์ฟ พร้อมสกรีนโลโก้ แบรนด์ องค์กร หรือข้อความของคุณได้ง่าย ๆ สอบถามได้เลย CLICK!