ดูช้างให้ดูหาง ดูนางให้ดูแม่ ดูแฟลชไดร์ฟแท้ๆต้องดูตรงไหน

ถ้าคู่ชีวิตในแง่ความรัก เราคงต้องทำความรู้จักกับคนๆนั้นให้ลึกซึ้งฉันใด ถ้าเลือกคู่ชีวิตในแง่ของการทำงานเราคงต้องทำความรู้จักกับแฟลชไดร์ฟฉันนั้น คำเปรียบเปรยที่ดูไม่ค่อยจะเข้ากันแต่มันทำให้เห็นภาพได้ชัดขึ้น...

ถ้าคู่ชีวิตในแง่ความรัก เราคงต้องทำความรู้จักกับคนๆนั้นให้ลึกซึ้งฉันใด ถ้าเลือกคู่ชีวิตในแง่ของการทำงานเราคงต้องทำความรู้จักกับแฟลชไดร์ฟฉันนั้น คำเปรียบเปรยที่ดูไม่ค่อยจะเข้ากันแต่มันทำให้เห็นภาพได้ชัดขึ้น เพราะการเลือกแฟลชไดร์ฟมาใช้คู่กายซักอันมันก็ไม่ต่างอะไรกับการเลือกคู่ครอง และอาจจะมากกว่าด้วยซ้ำไป เพราะแฟลชไดร์ฟมักจะอยู่ติดหรือใกล้ตัวเราตลอดเวลา เรียกได้ว่าเจอกันบ่ออยกว่าเมียด้วยซ้ำไป
นั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมจึงต้องเลือกแฟลชไดร์ฟกันให้ดีๆ เพราะอนาคตการงานของเราปัจจุบันนี้มักฝากข้อมูลงานสำคัญไว้ในแฟลชไดร์ฟแทบทั้งสิ้น อย่างนี้ใช่มั้ยที่เขาเรียก “อนาคตอยู่ในมือเรา” เราเลยจำเป็นจะต้องมีข้อมูลในการเลือกซื้เลือกใช้กันพอสมควร
อันแรกเลยคงต้องดูที่ความจุ ความจุของแฟลชไดร์ฟขอบอกว่ายิ่งสูงยิ่งหนาว ยิ่งยี่ห้อดังๆยิ่งหนาวไปถึงกระดูกต้นคอกันเลยทีเดียว อย่างไรก็ตามเราควรเลือกความจุให้เหมาะสมกับปริมาณงานและการใช้งานจะดีกว่า เพราะถ้าไม่ได้ใช้ประโยชน์ให้คุ้มค่ากับราคา ก็ไม่ต่างอะไรกับการทิ้งเงินลงทะเลเปล่าๆ เช่น ถ้าเป็นพนักงานออฟฟิตหรือนักเรียนนักศึกษา หรือใช้เก็บพวกเพลงต่างๆไว้ฟังในรถ ใช้ความจุเพียงแค่ 4-8 กิ๊กก็น่าจะเพียงพอ แต่ถ้าเน้นเอาไว้ใช้งานเก็บพวกรูปภาพต่างๆก็ขยับขึ้นมาหน่อยเป็น 8 กิ๊ก
ข้อต่อมาคงต้องมองความเร็วในการเชื่อมต่อ โดยทั่วไปถ้าตัวเชื่อมต่อเป็น USB เวอร์ชั่น 2.0 ก็ถือว่าดีมากแล้ว สำหรับการใช้ในงานเอกสารต่าง ๆ ส่วนเวอร์ชั่น 3.0 คงต้องให้เป็นงานพวกไฟล์ขนาดใหญ่เช่นรูปภาพหนัง อีกข้อสำคัญที่ต้องคำนึงถึงนั่นคือ ขนาดและดีไซน์ อันนี้ขึ้นออยู่กับความชอบของแต่ละคน แต่โดยหลักๆแล้วคงต้องมองว่าขนาดของแฟลชไดร์ฟที่ใหญ่เกิดไปหรือมีดีไซน์ที่เยอะแบบเว่อร์วังอลังการ อาจจะไปบังพอร์ทของช่องอื่นๆทำให้ไม่สามารถใช้งานได้ ซึ่งต้องขอบอกว่าเป็นความผิดอย่างแรง เพราะมันจะกลายเป็นเนื้องอกของเครื่องคอมของเราทันที อีกข้อที่น่าสนใจ การรับประกันตัวแฟลชไดรฟ์ เมื่อเกิดความเสียหายหรือใช้งานไม่ได้ เราสามารถส่งเคลมสินค้าได้ทันที ถึงแม้ว่างานจะเสียหายไปด้วยแต่อย่างน้อยๆเราก็ได้อุปกรณ์เก็บข้อมูลอันใหม่มาใช้งาน เงินไม่สูญเปล่าแน่นอน
ส่วนสุดท้ายเป็นคุณสมบัติพิเศษอื่นที่ทำให้แฟลชไดร์ฟของเราดูทรงคุณค่ามากขึ้น เช่น มีโปรแกรมสแกนลายนิ้วมือเจ้าของ การป้องกันความปลอดภัยโดยต้องใส่รหัสผ่าน หรือการที่แฟลชไดร์ฟมีซอฟแวร์ที่เราจำเป็นต้องใช้เพื่อนำไปใช้กับคอมฯเครื่องไหนก็ได้ แม้กระทั่งเครื่องที่ไม่มีระบบปฏิบัติการดังกล่าว มันสามารถใช้งานได้ทันทีโดยไม่ต้องลงโปรแกรมในเครื่องที่ว่านั้น

สินค้าที่คุณอาจสนใจ

สั่งทำ สั่งผลิต USB แฟลชไดร์ฟ พร้อมสกรีนโลโก้ แบรนด์ องค์กร หรือข้อความของคุณได้ง่าย ๆ สอบถามได้เลย CLICK!










ใช้งานแฟลชไดร์ฟ อย่างถูกวิธี ชีวิตนี้ไม่มีพัง

แฟลชไดรฟ์หลายคนจะมองว่าเป็นเพียงแค่อุปกรณ์ที่ใช้เพียงช่วยในการโอนถ่ายข้อมูล จากกล้อง จากมือถือ หรืออุปกรณ์ ไอทีต่างๆเท่านั้น การใช้งานของเราจึงไม่ค่อยได้ใส่ใจมากว่า แฟลชไดรฟ์ จะทนมือทนเท้าเราไปได้อีกนานเท่าไหร่ ยิ่งเดี๋ยวนี้ แฟลชไดรฟ์ มีออกมามากมายหลายแบบให้เราเลือกใช้ และ...

แฟลชไดรฟ์หลายคนจะมองว่าเป็นเพียงแค่อุปกรณ์ที่ใช้เพียงช่วยในการโอนถ่ายข้อมูล จากกล้อง จากมือถือ หรืออุปกรณ์ ไอทีต่างๆเท่านั้น การใช้งานของเราจึงไม่ค่อยได้ใส่ใจมากว่า แฟลชไดรฟ์ จะทนมือทนเท้าเราไปได้อีกนานเท่าไหร่ ยิ่งเดี๋ยวนี้ แฟลชไดรฟ์ มีออกมามากมายหลายแบบให้เราเลือกใช้ และ แทบทุกอุปกรณ์ไอทีต้องมี พอร์ท USB ติดมาด้วยเสมอ เพื่อให้เราใช้งานได้อย่างง่ายขึ้น แต่จริง ๆ แล้ว เจ้าอุปกรณ์เก็บข้อมูลตัวนี้ ใช้งานได้อยางยาวนานเกินกว่าที่เราจะรู้ด้วยซ้ำไป โดยทฤษฏีแล้ว อายุการใช้งานของมันมากโขอยู่ทีเดียว ซึ่ง จากข้อมูล สามารถใช้ได้ถึง ล้านครั้ง มันมากใช่ไหมละ แต่เรารู้อีกหรือเปล่าว่า ถอด 1 ครั้ง เสียบ อีกครั้ง ก็เท่ากับ 2 ครั้งเข้าไปแล้ว และ การทำงานที่ต้องมีการทำติดกันเช่น การใช้งานฟังชั่นต่าง ๆ ใน word excel หรือ โปรแกรมอะไรก็แล้ว แต่ทุกระยะการทำงานก็นับ หนึ่งครั้ง แปลว่า อายุมันก็ไม่ได้ยาวมากขนาดนั้นนั่นเอง
และเพราะ ทุกการใช้งานต้องมีไฟเข้ามาเกี่ยวข้องเสมอ แฟลชไดรฟ์จึงยิ่งมีอายุสั้นเข้าไปอีก เพราะความเสื่อมจากการสปาร์คของประจุไฟนั่นเอง แล้วเรายังไม่รวม แฟลชไดรฟ์ตกบ่อยครั้งยิ่งทำให้ เรายิ่งใจแป้วเข้าไปอีก ว่ามันจะยิ่งลดอายุอุปกรณ์เก็บข้อมูลของเราเข้าไปอีก เหตุผลหลัก ๆ นอกจากคุณภาพอุปกรณ์เก็บข้อมูลที่มีคุณภาพแล้ว การใช้ก็เป็นสิ่งที่สำคัญมากที่จะช่วยยืดอายุการใช้งานของ แฟลชไดรฟ์ให้ยาวนานขึ้น หากเราเลือกซื้ออุปกรณ์เก็บข้อมูลคุณภาพดีแน่นอนว่า อายุมันก็มากอยู่แล้ว แต่ หากเราใช้งานไม่ดี มันก็อายุสั้นอยู่แล้ว
การถนอม แฟลชไดรฟ์ให้มีอายุยาวนาน หลัก ๆ เลยคือ การถอด และ เสียบเพราะส่วนนี้ทำให้มันเสียง่ายที่สุด เพราะการเสียบและถอด มีโอกาสที่จะโดนกระแทกมากที่สุด และการถอดใคร ๆ ก็รู้ว่าต้อง คลิ๊กขวาเพื่อ เซฟ flash drive แต่หลายคนก็มักลืมถอดพลวด ๆ จน flash drive พังคามือ บางทีก็พังไปจนถึง main board เลยก็มี บางคนรัก flash drive มากหน่อยก็หาโปรแกรมมาใช้เพื่อรักษาข้อมูลภายในไว้ บางคนก็ใช้เพียง ไอคอน Safely Remove หรือ Unplug หรือ Eject อย่างน้อยมันก็ช่วยเซฟได้พอสมควร
แต่ มีอีกสาเหตุที่ทำให้ flash drive สุดรักของเราเจ๊งได้อีกคือ การเปิดนั่นเอง ปกติเรามัก ดับเบิ้ลคลิ๊กทุก ๆ ไฟล์ที่เราต้องการแต่รู้ตัวกันหรือเปล่าว่ามันจะทำให้ไวรัสที่แอบอยู่ โผล่ขึ้นมาได้ง่าย ๆ ดังนั้น การใช้งาน แฟลชไดรฟ์ที่ถูกต้องจึงควรคลิ๊กขวาทุกครั้ง เห็นหรือยังว่า แค่เราคลิ๊กขวา เราก็จะมี แฟลชไดรฟ์ไว้ใช้นาน ๆ แล้ว

สินค้าที่คุณอาจสนใจ

สั่งทำ สั่งผลิต USB แฟลชไดร์ฟ พร้อมสกรีนโลโก้ แบรนด์ องค์กร หรือข้อความของคุณได้ง่าย ๆ สอบถามได้เลย CLICK!










เทคนิคการเลือกแฟลชไดร์ฟที่เหมาะสมต่อการใช้งาน

แฟลชไดร์ฟถือว่าเป็นอุปกรณ์บันทึกข้อมูลและไฟล์ดิจิตอล ซึ่งได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายมากในปัจจุบัน แต่ละคนนั้นก็มีความจำเป็นที่จะต้องใช้งานแฟลชไดร์ฟไม่เหมือนกัน อาจจะเป็นเพื่อบันทึกงาน ไฟล์เอกสาร ไฟล์วีดีโอ ไฟล์เพลง...

แฟลชไดร์ฟถือว่าเป็นอุปกรณ์บันทึกข้อมูลและไฟล์ดิจิตอล ซึ่งได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายมากในปัจจุบัน แต่ละคนนั้นก็มีความจำเป็นที่จะต้องใช้งานแฟลชไดร์ฟไม่เหมือนกัน อาจจะเป็นเพื่อบันทึกงาน ไฟล์เอกสาร ไฟล์วีดีโอ ไฟล์เพลง ซึ่งแต่ละคนนั้นจำเป็นต้องใช้แฟลชไดร์ฟเพื่อใช้งานให้เหมาะสมมากที่สุด แต่แฟลชไดร์ฟนั้นมีหลายแบบ มีการใช้งานที่ต่างกันออกไปด้วย เพราะฉะนั้นจึงจำเป็นต้องเลือกใช้งานให้เหมาะสมและคุ้มค่าเหมาะกับประเภทของแฟลชไดร์ฟมากที่สุด เพราะหากเลือกแฟลชไดร์ฟผิดประเภทก็จะทำให้ใช้งานได้ไม่เต็มที่ และอาจจะส่งผลเสียต่องานของเราได้อีกด้วย และแน่นอนว่าเรามีเทคนิคการเลือกซื้อแฟลชไดร์ฟที่เหมาะสมต่อการใช้งานมาฝากทุกคนกันในบทความนี้ด้วย ไปดูเทคนิคที่ว่ากันเลย
เทคนิคการเลือกแฟลชไดร์ฟที่เหมาะสมต่อการใช้งาน
1.ให้คำนึงถึงการใช้งานเป็นหลัก เวลาเลือกซื้อแฟลชไดร์ฟเราต้องคิดด้วยว่าจะนำไปใช้งานอะไร เช่นใช้บันทึกไฟล์เอกสารเท่านั้น ควรเลือกแบบที่มีความจุ 1-2 GB หาเลือกแบบใส่วีดีโอเท่านั้น ควรเลือกแบบที่พกพาง่าย ความจุสูงสามารถรองรับการใช้งานในเครื่องเล่นประเภทต่างๆได้ แต่หากไว้ใช้เก็บความลับ เอกสารสำคัญ ควรเลือกแบบที่สามารถตั้งรหัสเพื่อรักษาข้อมูลภายในได้ ใช้ในการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ต ควรเลือกแอร์การ์ดจากค่ายต่างๆนั้นเอง
2.คำนึงถึงขนาดความจุ ถ้าเป็นไปได้การเลือกซื้อแฟลชไดร์ฟที่มีความจุสูงไว้ก่อนจะดีกว่า เพราะสามารถนำไปใส่ข้อมูล วีดีโอ หรือรูปภาพต่างๆได้อย่างไม่จำกัด อีกทั้งยังสามารถนำไปดัดแปลงใช้ได้ด้านอื่นๆได้อีกด้วย
3.มาตรฐานการผลิตแฟลชไดร์ฟ จัดว่าเป็นสิ่งสำคัญเลยก็ว่าได้ในการเลือกซื้อของอื่นๆรวมถึงแฟลชไดร์ฟด้วย เพราะหากสินค้ามีคุณภาพย่อมการันตีอายุการใช้งานได้ อีกทั้งบางแบรนด์ก็มีประกันคุณภาพอีกด้วย
4.รูปลักษณ์ภายนอกของแฟลชไดร์ฟ ควรเลือกแบบที่มีขนาดพอเหมาะ ไม่ใหญ่เกินไป สามารถพกพา ความแข็งแรงทนทาน สามารถเชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์ได้ทุกเครื่อง ได้สะดวกซึ่งปัจจุบันแฟลชไดร์ฟนั้นมีหลายแบบ ทั้งแบบตัวการ์ตูน น่ารัก แบบคริสตัลขนาดเล็กสวยงาม แบบแฟชั่นที่อินตามแทรนด์ และแบบอื่นๆมากมาย ซึ่งสามารถเลือกได้ตามความชอบ
5.ราคาของแฟลชไดร์ฟ เป็นปัจจัยสุดท้ายที่ควรคำนึงถึง เพราะราคาแพงก็ใช่ว่าจะได้สินค้าดีเสมอไป ควรเลือกแบบที่มีคุณภาพ และเลือกจากซื้อจากร้านที่มีความน่าเชื่อถือเป็นหลักนะครับ
เทคนิคทั้งหมดสามารถนำไปปรับใช้ในการเลือกซื้อสิ่งของอย่างอื่นได้ด้วย สิ่งที่ต้องคำนึงคือความปลอดภัยของสินค้า และคุณภาพของสินค้านั้นเอง หากท่านใดมีคำถามหรือข้อสงสัยสามารถสอบถามเข้ามาพูดคุยกันได้นะครับ

สินค้าที่คุณอาจสนใจ

สั่งทำ สั่งผลิต USB แฟลชไดร์ฟ พร้อมสกรีนโลโก้ แบรนด์ องค์กร หรือข้อความของคุณได้ง่าย ๆ สอบถามได้เลย CLICK!










แฟลชไดร์ฟมีกี่แบบ

แฟลชไดร์ฟเป็นอุปกรณ์ที่ใช้ในการบันทึกข้อมูล ไฟล์งานเอกสาร ไฟล์เพลง ไฟล์วีดีโอและอื่นๆมากมาย ที่ได้รับความนิยมมากในปัจจุบัน เนื่องจากมีข้อดีหลายอย่าง แต่ทุกท่านทราบกันหรือไม่ว่า แฟลชไดร์ฟนั้นมีหลายแบบมาก ซึ่งแบ่งได้ 2...

แฟลชไดร์ฟเป็นอุปกรณ์ที่ใช้ในการบันทึกข้อมูล ไฟล์งานเอกสาร ไฟล์เพลง ไฟล์วีดีโอและอื่นๆมากมาย ที่ได้รับความนิยมมากในปัจจุบัน เนื่องจากมีข้อดีหลายอย่าง แต่ทุกท่านทราบกันหรือไม่ว่า แฟลชไดร์ฟนั้นมีหลายแบบมาก ซึ่งแบ่งได้ 2 ประเภทด้วยกันคือแบ่งตามการใช้งานที่มีแยกย่อยออกไปอีกเพียบ และแบ่งตามรูปแบบภายนอก ซึ่งวันนี้เราจะพาทุกคนไปทำความรู้จักแฟลชไดร์ฟประเภทแบ่งตามการใช้งานว่า มีข้อดี ข้อเสียหรือไม่ แบบไหนได้รับความนิยม แล้วแฟลชไดร์ฟที่คุณใช้งานนั้นอยู่ในประเภทไหนบ้าง ตามไปดูประเภทแบ่งตามการใช้งานนั้นเอง ไปดูกันเลยว่าประเภทนี้มีแยกย่อยออกเป็นกี่แบบกันแน่
ประเภทแฟลชไดร์ฟแบ่งตามการใช้งานแบ่งได้ดังนี้
1.แฟลชไดร์ฟเพื่อความปลอดภัย เป็นเฟลชไดร์ฟที่มีความจำเป็นต้องกรอกรหัสและอาจจะต้องใส่รหัสเพื่อเปิดส่วนเก็บข้อมูลและเข้าถึงข้อมูลของเนื้อหาภายในแฟลชไดร์ฟ ซึ่งส่วนใหญ่นิยมใช้ในงานราชการต่างๆที่เป็นความลับหรือในงานวิจัยที่จำเป็นต้องเก็บเป็นความลับ หรืองานต่างๆมากมาย
2.แฟลชไดร์ฟที่บรรจุเฉพาะเพลง เป็นแฟลชไดร์ฟที่ใช้ในการใส่ไฟล์เพลง หรือบันทึกเพลง เสียงต่างๆ ซึ่งอาจจะสามารถย้ายไฟล์เพลงจากที่หนึ่งไปอีกที่หนึ่ง หรือสามารถเชื่อมต่อพอร์ตหูฟังไว้ใช้ในการฟังเพลงได้
3.แฟลชไดร์ฟสำหรับเริ่มระบบ เป็นแฟลชไดร์ฟที่ใช้ในการบันทึกโปรแกรมทั้งหลาย เมื่อเสียบเข้าสู่คอมพิวเตอร์ก็จะรันโปรแกรมและเริ่มการติดตั้งจนสำเร็จ ซึ่งส่วนใหญ่แฟลชไดร์ฟนี้จะมาพร้อมโปรแกรมติดตั้งสำเร็จรูป ไม่สามารถนำแฟลชไดร์ฟไปใช้งานอย่างอื่นได้
4.แฟลชไดร์ฟเพื่อการเชื่อมต่อ หรือแอร์การ์ดเป็นแฟลชไดร์ฟที่ใช้ในการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ต ซึ่งเป็นแบบใหม่ที่ได้รับความนิยมมากพอสมควร เมื่อเสียบเข้าสู่คอมพิวเตอร์แล้วเข้ารหัสเชื่อมต่อ ก็จะสามารถใช้งานอินเตอร์เน็ตได้ในความเร็วที่กำหนดไว้ และยังมีแบบที่ใช้เชื่อมต่อข้อมูลระหว่างคอมพิวเตอร์ 2 เครื่องได้อีกด้วยแต่ไม่ได้รับความนิยมมากนัก
5.แฟลชไดร์ฟใช้บันทึกข้อมูล เป็นแฟลชไดร์ฟธรรมดาที่ได้รับความนิยมมากในปัจจุบันเพราะสามารถบันทึกข้อมูลได้ทุกแบบทั้งไฟล์เอกสาร ไฟล์เสียง ไฟล์วีดีโอ ไฟล์แบบงาน และไฟล์อื่นๆซึ่งสามารถนำไปใช้งานกับคอมพิวเตอร์ได้ทุกเครื่องอีกด้วย มีราคาไม่แพง มีรูปร่างหลากหลายอีกด้วย
6.แฟลชไดร์ฟใช้บันทึกวีดีโอ เป็นแฟลชไดร์ฟที่ใช้เพื่อการบันทึกหนัง หรือวีดีโอเท่านั้น มีจำนวนหน่วยความจำที่สูงมาก และมีราคาที่ไม่แพงมากด้วย ซึ่งได้รับความนิยมในหมู่คนชอบดูหนังหรือวีดีโอ
แฟลชไดร์ฟที่แบ่งตามประเภทการใช้งานก็มีดังนี้ซึ่งคุณสามารถเลือกใช้งานได้ตามความเหมาะสม และควรเลือกซื้ออย่างเหมาะสมด้วยเพื่อให้ใช้งานได้อย่างสูงสุดนั้นเอง

สินค้าที่คุณอาจสนใจ

สั่งทำ สั่งผลิต USB แฟลชไดร์ฟ พร้อมสกรีนโลโก้ แบรนด์ องค์กร หรือข้อความของคุณได้ง่าย ๆ สอบถามได้เลย CLICK!










แฟลชไดร์ฟคืออะไร

เชื่อว่าหากพูดถึงอุปกรณ์ขนาดเล็กที่ใช้บันทึกเพลง วีดีโอ บทความ และอื่นๆทุกคนต้องรู้จักกันดีอยู่แล้ว สำหรับตัวเก็บข้อมูลที่มีขนาดเล็กที่ชื่อว่า แฟลชไดร์ฟ มีหน้าที่ในการบันทึกข้อมูลต่างๆ...

เชื่อว่าหากพูดถึงอุปกรณ์ขนาดเล็กที่ใช้บันทึกเพลง วีดีโอ บทความ และอื่นๆทุกคนต้องรู้จักกันดีอยู่แล้ว สำหรับตัวเก็บข้อมูลที่มีขนาดเล็กที่ชื่อว่า แฟลชไดร์ฟ มีหน้าที่ในการบันทึกข้อมูลต่างๆ คัดลอกไฟล์ข้อมูลมาจากคอมพิวเตอร์แล้วส่งไปบันทึกบนหน่วยความจำบนแฟลชไดร์ฟจากนั้นเมื่อนำไปใช้งานในคอมพิวเตอร์เครื่องก็สามารถนำดูข้อมูล แก้ไข ที่คัดลอกมานั้นเอง ในปัจจุบันแฟลชไดร์ฟเรียกได้ว่าเป็นอุปกรณ์ที่ต้องมีติดตัวไว้ ไม่ว่าจะเป็นพนักงานออฟฟิศ ที่ต้องทำงานเกี่ยวกันเอกสารไฟล์งานแบบต่างๆ ก็จำเป็นต้องใช้งานแฟลชไดร์ฟเพื่อย้ายข้อมูลไปทำต่อที่บ้านหรือย้ายงานจากที่บ้านมายังที่ทำงานก็เป็นเรื่องง่าย ไม่จำเป็นจะถือเอกสารจำนวนมากและมีขนาดใหญ่ไปไหนมาไหน เพียงแค่พกแฟลชไดร์ฟที่มีขนาดเล็กก็สามารถทำงานได้ทุกที่เลย เพิ่มความสะดวกให้ได้หลายเท่าเลย
แต่เดิมแล้วก่อนจะมีกานคิดค้นแฟลชไดร์ฟขึ้นมานั้นก็มี อุปกรณ์บันทึกงานชนิดอื่นๆ เช่น ฟ๊อปปี้ไดร์ส แผ่นซีดี แผ่นดีวีดี แต่เนื่องจากสามารถบรรจุไฟล์ต่างๆได้น้อย อีกทั้งการใช้งานยังยากอีกด้วย ทำให้ตกยุคไปในที่สุดเนื่องจากมีการผลิตคอมพิวเตอร์สมัยใหม่ขึ้นมาแทนที่คอมพิวเตอร์ยุคเก่าที่มีช่องใส่ฟ๊อปปี้ไดร์ส ทำให้อุปกรณ์เหล่านั้นหายไปตามกาลเวลา และจึงมีการคิดค้นและผลิตอุปกรณ์บันทึกข้อมูลที่เรียกว่าแฟลชไดร์ฟขึ้นมาแทนที่อุปกรณ์ยุคเก่า แฟลชไดร์ฟนั้นมีการผลิตขึ้นมาให้มีขนาดเล็กเหมาะกับการใช้งานในทุกเครื่องคอมพิวเตอร์ สะดวกพกพาง่าย และยังสามารถนำไปใช้งานในแบบอื่นๆได้อีกด้วย ทำให้ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในทุกวัยเลย นอกจากนี้ยังสามารถเลือกชื้อได้ตามความชอบอีกด้วย
นอกจากนี้ในปัจจุบันแฟลชไดร์ฟเองก็มีการพัฒนาเพิ่มความจำให้มากขึ้น ขนาดที่สามารถบรรจุวีดีโอหนังได้หลายพันเรื่องเลยทีเดียว แตกต่างจากเดิมที่สามารถใช้เพียงเพื่อบรรจุงานเท่านั้นเอง และยังมีการผลิตแฟลชไดร์ฟแบบต่างๆออกมามายไม่ว่าจะเป็นการ์ตูน แฟชั่น รูปฮาร์ต และอื่นๆมากมาย อีกทั้งยังมีหลายราคาให้เลือกซื้อตามความเหมาะสมของกำลังทรัพย์อีกด้วย ซึ่งส่วนใหญ่แล้วแม้คนเราจะชอบเลือกซื้อจากหน่วยความจำของแฟลชไดร์ฟเป็นหลักแต่หากเจอแบบที่ตัวเองชอบก็ย่อมต้องเลือกแบบที่ชอบอยู่แล้ว ทำให้ทุกวันนี้แฟลชไดร์ฟยังคงได้รับความนิยมอยู่มากเลยทีเดียว และกลายเป็นอุปกรณ์สำคัญที่ขาดไม่ได้ ทั้งวัยเรียนที่ต้องทำงานส่งอาจารย์ในแบบไฟล์เอกสาร หรือวัยทำงานที่ต้องทำงานส่งหัวหน้า ทำงานให้ลูกค้า หรือวัยกลางคนที่ใช้ในการบันทึกเพลง วีดีโอไว้ฟังยามขับรถเดินทางท่องเที่ยว เรียกได้ว่าไม่ว่าใครก็ต้องมีแฟลชไดร์ฟไว้ใช้งานในแบบของตัวเองทั้งนั้น

 

 

สินค้าที่คุณอาจสนใจ

สั่งทำ สั่งผลิต USB แฟลชไดร์ฟ พร้อมสกรีนโลโก้ แบรนด์ องค์กร หรือข้อความของคุณได้ง่าย ๆ สอบถามได้เลย CLICK!










แฟลชไดร์ฟมีปัญหา แก้ง่ายๆ ด้วยการ Format

เมื่อใช้งานไประยะเวลาหนึ่ง แม้แต่อุปกรณ์ที่ทนทานอย่างแฟลชไดร์ฟก็อาจเกิดปัญหาจุกจิกขึ้นมาได้ ซึ่งเมื่อเกิดปัญหาขึ้นมาเราไม่จำเป็นต้องซื้อแฟลชไดร์ฟใหม่ให้เป็นการสิ้นเปลือง เพราะเราสามารถแก้ไขปัญหาเบื้องต้นที่ไม่รุนแรงได้ด้วยตัวเองง่ายๆ ด้วยวิธีที่เรียกว่าการ Format นั่นเอง การ...

เมื่อใช้งานไประยะเวลาหนึ่ง แม้แต่อุปกรณ์ที่ทนทานอย่างแฟลชไดร์ฟก็อาจเกิดปัญหาจุกจิกขึ้นมาได้ ซึ่งเมื่อเกิดปัญหาขึ้นมาเราไม่จำเป็นต้องซื้อแฟลชไดร์ฟใหม่ให้เป็นการสิ้นเปลือง เพราะเราสามารถแก้ไขปัญหาเบื้องต้นที่ไม่รุนแรงได้ด้วยตัวเองง่ายๆ ด้วยวิธีที่เรียกว่าการ Format นั่นเอง
การ Format คือการล้างข้อมูลต่างๆ ที่ถูกบันทึกไว้ในหน่วยความจำของแฟลชไดร์ฟออกจนหมด เปรียบเหมือนการเริ่มนับ 1 ใหม่อีกครั้ง ทั้งไวรัสและข้อมูลที่มีปัญหาจะถูกลบออกจากอุปกรณ์ไปจนหมด และทำให้เราสามารถกลับมาใช้งานแฟลชไดร์ฟได้ตามปกติ แต่ข้อควรระวังก็คือ หากในแฟลชไดร์ฟยังมีงานสำคัญๆ อยู๋ ก็ควรเซฟลงในคอมพิวเตอร์ก่อนที่จะ Format เพราะไม่เช่นนั้นแล้วงานต่างๆ ก็จะถูกลบไปด้วย เพราะการ Format จะทำให้ข้อมูลทุกอย่างหายไปนั่นเอง และในวันนี้เราก็นำวิธี Format แฟลชไดร์ฟอย่างง่ายมาฝากทุกท่านตามขั้นตอนดังต่อไปนี้
1. ทำการเสียบแฟลชไดร์ฟเข้ากับคอมพิวเตอร์และแสกนไวรัสให้เรียบร้อยตามปกติ เพื่อป้องกันไวรัสในแฟลชไดร์ฟติดเข้าไปในคอมพิวเตอร์ของเรา
2. คลิกไอคอนเพื่อเข้าสู่หน้าต่าง Windows explorer จากนั้นคลิกเม้าส์ขวาที่ไอคอน My computer แล้วทำการเลือกคำสั่ง Manage
3. เมื่อมีหน้าต่างใหม่เปิดขึ้นมา ให้มองหาหัวข้อ Storage จากนั้นจึงคลิกเข้าไป และเลือกคำสั่ง Disk Management
4. ในหัวข้อคำสั่ง Disk Management ให้มองหารายชื่ออุปกรณ์ที่เป็นชื่อแฟลชไดร์ฟของเรา ซึ่งจะขึ้นเป็นชื่อไดร์ฟต่างๆ ต่างกันไปในเครื่องของแต่ละคน แต่จะมีจุดหนึ่งที่เหมือนกันคือคำสั่งด้านล่างชื่อแฟลชไดร์ฟที่ขึ้นว่า Removable
5. ขั้นตอนนี้เป็นขั้นตอนที่สำคัญที่สุดของการ Format นั่นคือการคลิกเม้าส์ขวาไปที่ไดร์ฟของแฟลชไดร์ฟ จะเห็นเมนูที่ช่องด้านขวามือ หากมีคำว่า Unallocated ให้เราทำการคลิกขวาที่ช่องคำสั่งนั้นอีกครั้งหนึ่ง จากนั้นเลือกไปที่คำสั่ง New partition แล้วเลือกตอบตกลงเพื่อเริ่มทำการ Format
6. รอจนกว่าคอมพิวเตอร์ของเราจะทำการ Format แฟลชไดร์ฟจนเสร็จเรียบร้อย เพียงเท่านี้ข้อมูลต่างๆ รวมถึงไวรัสและไฟล์ที่มีปัญหาก็จะถูกลบออกไปจนหมด
7. หากใครไม่ต้องการสำรองข้อมูลที่คอมพิวเตอร์ไว้ก่อน ก็อาจใช้โปรแกรมช่วยอื่นๆ เพื่อแบ็คอัพข้อมูลในแฟลชไดร์ฟเอาไว้ แล้วจึงทำการกู้คืนเมื่อ Format เสร็จก็ได้เช่นกัน
การแก้ปัญหาด้วยวิธีการ Format นั้นสามารถทำได้ด้วยตัวเอง ไม่ยุ่งยาก ไม่ต้องนำแฟลชไดร์ฟไปซ่อมที่ร้านหรือซื้อชิ้นใหม่ให้เปลืองเงิน แต่ทางที่ดูเราควรดูแลแฟลชไดร์ฟของเราให้ดีเพื่อยืดอายุการใช้งานจะดีกว่า เพื่อป้องกันความเสี่ยงในการสูญเสียข้อมูลสำคัญไปนั่นเอง

สินค้าที่คุณอาจสนใจ

สั่งทำ สั่งผลิต USB แฟลชไดร์ฟ พร้อมสกรีนโลโก้ แบรนด์ องค์กร หรือข้อความของคุณได้ง่าย ๆ สอบถามได้เลย CLICK!










ดูแลแฟลชไดร์ฟอย่างไร ช่วยยืดอายุการใช้งานพร้อมป้องกันปัญหากวนใจ

ในปัจจุบันการเก็บรักษาหรือบันทึกข้อมูลด้วยแฟลชไดร์ฟเป็นวิธีสำรองข้อมูลและบันทึกข้อมูลเพื่อพกติดตัวที่นิยมกันอย่างมาก แต่แฟลชไดร์ฟเองก็ต้องมีการใช้งานที่ถูกวิธีและได้รับการดูแลอย่างถูกต้อง เพื่อป้องกันปัญหากวนใจต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการสูญหาย โดนไวรัส...

ในปัจจุบันการเก็บรักษาหรือบันทึกข้อมูลด้วยแฟลชไดร์ฟเป็นวิธีสำรองข้อมูลและบันทึกข้อมูลเพื่อพกติดตัวที่นิยมกันอย่างมาก แต่แฟลชไดร์ฟเองก็ต้องมีการใช้งานที่ถูกวิธีและได้รับการดูแลอย่างถูกต้อง เพื่อป้องกันปัญหากวนใจต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการสูญหาย โดนไวรัส ปัญหาด้านความปลอดภัยของข้อมูล ไปจนถึงเพื่อยืดอายุการใช้งานให้ยาวนานขึ้น
1. ป้องกันและหมั่นสแกนไวรัสอยู่เสมอ
ไวรัสเป็นตัวปัญหาสำหรับผู้ใช้งานอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ทุกคน เพราะหากไวรัสเข้าสู่อุปกรณ์หรือระบบใดระบบหนึ่ง มันสามารถติดเป็นวงกว้างได้อย่างรวดเร็วและก่อความเสียหายมากมายตามมา การใช้แฟลชไดร์ฟที่จำเป็นต้องเชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์หลายๆ เครื่องจึงต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ โดยการทำการแสกนไวรัสทุกครั้งก่อนเริ่มใช้งาน
2. แม้จะใช้แฟลชไดร์ฟก็ต้องมีการสำรองข้อมูล
บางคนอาจคิดว่าใช้แฟลชไดร์ฟเป็นตัวสำรองข้อมูลสำคัญในเครื่องคอมพิวเตอร์ได้ แต่แฟลชไดร์ฟนั้นมีขนาดเล็ก อาจเกิดการสูญหายได้ง่าย ดังนั้นการสำรองข้อมูลสำคัญไว้หลายๆ ที่ทั้งอุปกรณ์พกพาหรือในเซิฟเวอร์ที่ปัจจุบันมีผู้ให้บริการฟรีหลายราย รวมถึงเอ็กซ์เทอนอล ฮาร์ดดิสก์ ก็เป็นตัวช่วยสร้างความมั่นใจว่าข้อมูลสำคัญของเราจะไม่หายไปถึงแม้จะสูญเสียแฟลชไดร์ฟไปก็ตาม
3. ถอดแฟลชไดร์ฟออกจากเครื่องคอมพิวเตอร์ตามขั้นตอนที่ถูกวิธี
ก่อนทำการดึงเอาแฟลชไดร์ฟออกจากคอมพิวเตอร์ต้องทำการคลิกขวาที่ไอคอนมุมล่างจอและเลือกเมนู Safely Remove Hardware เพื่อตัดการเชื่อมต่อระหว่างเครื่องและตัวไดร์ฟ จากนั้นจึงค่อยนำออกจากพอร์ท USB เพราะหากไม่นำออกอย่างถูกวิธี อาจส่งผลให้หน่วยความจำของอุปกรณ์เสียหายขึ้นมาได้
4. ตั้งรหัสผ่านเพื่อรักษาความลับข้อมูลสำคัญ
บางครั้งเราจำเป็นต้องบันทึกงานหรือข้อมูลสำคัญที่เป็นความลับลงบนแฟลชไดร์ฟ ดังนั้นการป้องกันที่ดีที่สุดคือการตั้งรหัสผ่านหรือกระบวนการที่เรียกว่า การเข้ารหัสข้อมูล (Encryption) ซึ่งจะทำให้ไฟล์ข้อมูลต่างๆ ถูกเข้ารหัสพาสเวิร์ดไว้ คนนอกที่ไม่รู้รหัสจะไม่สามารถเปิดดูข้อมูลต่างๆ เหล่านั้นได้
5. เก็บรักษาไว้ใกล้ตัวเพื่อป้องกันการสูญหาย
แฟลชไดร์ฟในปัจจุบันมีขนาดเล็กลงอย่างมาก ดังนั้นการเก็บรักษาไว้ใกล้ตัวย่อมช่วยป้องกันการลืมหรือการสูญหายได้ อาจจะใส่ไว้ในกระเป๋าเครื่องเขียน หรือทำเป็นพวงกุญแจห้อยกับกระเป๋าเอกสาร เป็นต้น เพราะแฟลชไดร์ฟได้รับการออกแบบมาค่อนข้างหลากหลาย ในหลายๆ ยี่ห้อก็สามารถนำมาร้อยพวงกุญแจเพื่อห้อยกระเป๋าต่างๆ สำหรับอำนวยความสะดวกในการใช้งานและป้องกันการสูญหาย
หากเราดูแลแฟลชไดร์ฟอย่างถูกวิธี รับรองว่าจะได้ทั้งประโยชน์เต็มประสิทธิภาพและยังช่วยป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาหนักอกหนักใจจากการใช้งานแฟลชไดร์ฟตามมาได้อีกด้วย

สินค้าที่คุณอาจสนใจ

สั่งทำ สั่งผลิต USB แฟลชไดร์ฟ พร้อมสกรีนโลโก้ แบรนด์ องค์กร หรือข้อความของคุณได้ง่าย ๆ สอบถามได้เลย CLICK!










แฟลชไดร์ฟมีประโยชน์ต่อผู้ใช้อย่างไร

ปัจจุบันหากเอ่ยถึงแฟลชไดร์ฟเชื่อว่าผู้ใช้คอมพิวเตอร์ทุกคนต้องรู้จักและเคยใช้งานเจ้าอุปกรณ์ชิ้นเล็กชิ้นนี้มาก่อนอย่างแน่นอน เพราะแฟลชไดร์ฟเป็นอุปกรณ์สำหรับบันทึกและใช้ในการถ่ายโอนย้ายข้อมูลจากคอมพิวเตอร์ได้สะดวก มาเพื่อแทนที่เทคโนโลยีเก่าๆ อย่างแผ่นดิสก์...

ปัจจุบันหากเอ่ยถึงแฟลชไดร์ฟเชื่อว่าผู้ใช้คอมพิวเตอร์ทุกคนต้องรู้จักและเคยใช้งานเจ้าอุปกรณ์ชิ้นเล็กชิ้นนี้มาก่อนอย่างแน่นอน เพราะแฟลชไดร์ฟเป็นอุปกรณ์สำหรับบันทึกและใช้ในการถ่ายโอนย้ายข้อมูลจากคอมพิวเตอร์ได้สะดวก มาเพื่อแทนที่เทคโนโลยีเก่าๆ อย่างแผ่นดิสก์ ในวันนี้เราจะพาทุกท่านไปรู้จักประโยชน์ต่างๆ ของแฟลชไดร์ฟให้มากกว่าเดิม
แม้จะเป็นอุปกรณ์ชิ้นเล็กๆ แต่แฟลชไดร์ฟก็มีประโยชน์มากมายต่อผู้ใช้งาน โดยพื้นฐานแล้วแฟลชไดร์ฟมีหน่วยความจำแบบแฟลชและระบบการทำงานแบบอิเล็กทรอนิกส์ ทำให้มีความทนทาน สามารถเขียนข้อมูลใหม่ๆ ทับข้อมูลเดิมหรือจะลบข้อมูลเก่าที่ถูกบันทึกไว้ก็สามารถทำได้ตลอดเวลา ความจุของหน่วยความจำก็มีให้เลือกมากมายตามความจำเป็นในการใช้งานของแต่ละคน ซึ่งปรดยชน์หลักๆ ของแฟลชไดร์ฟ มีดังนี้
1. ใช้เก็บข้อมูลเอกสาร
แฟลชไดร์ฟสามารถเก็บข้อมูลไฟล์เอกสารได้ทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็นงานสำคัญ ไฟล์เวิร์ด เอ็กเซล หรือเพาเวอร์พอยท์ ก็สามารถบันทึกลงในหน่วยความจำของอุปกรณ์ชิ้นนี้ได้ทั้งหมด
2. ใช้สำหรับการถ่ายโอนข้อมูล
แฟลชไดร์ฟช่วยให้เราสามารถถ่ายโอนข้อมูลจากคอมพิวเตอร์หรือโน้ตบุคเครื่องหนึ่งสู่เครื่องอื่นๆ ได้อย่างไม่จำกัด ด้วยความสะดวก รวดเร็ว ไม่จำกัดว่าต้องเป็นคอมพิวเตอร์เฉพาะรุ่น ขอเพียงมีพอร์ท USB ที่รองรับกับแฟลชไดร์ฟก็สามารถใช้งานได้แล้ว
3. ใช้เก็บบันทึกคลิปวิดีโอ เพลง และสื่อมีเดียอื่นๆ
นอกจากแฟลชไดร์ฟจะสามารถบันทึกข้อมูลที่เป็นเอกสารจากโปรแกรมไมโครซอฟท์ได้แล้ว เจ้าอุปกรณ์ชิ้นนี้ยังสามารถบันทึกข้อมูลรูปแบบสื่อมีเดียจำพวกเพลง รูป คลิปวิดีโอหรือภาพยนตร์ได้หากมีความจุที่เพียงพอ สามารถนำพกติดตัวไปเปิดชมได้ทุกที่ ทั้งจากคอมพิวเตอร์ โน้ตบุค หรือเครื่องเล่นโปรเจคเตอร์ที่มีพอร์ท USB เพิ่มช่องทางการเข้าถึงสื่อบันเทิงแก่คุณยิ่งกว่าที่เคย
4. เป็นอุปกรณ์สำรองข้อมูล
การใช้แฟลชไดร์ฟเพื่อบันทึกข้อมูลต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นงานหรือสื่ออื่นๆ เป็นการช่วยสำรองข้อมูลหรือเรียกว่าการแบ็คอัพไฟล์ เพื่อป้องกันกรณีเครื่องคอมพิวเตอร์ของเราเกิดปัญหาจนอาจทำให้ข้อมูลที่อยู่ภายในเครื่องเสียหายจนไม่สามารถกู้คืนได้ ก็ยังมีข้อมูลที่เราบันทึกใส่ในหน่วยคำจำสำรองอย่างแฟลชไดร์ฟอยู่ ลดปัญหาความเสี่ยงด้านการสูญหายและข้อมูลถูกทำลายลงได้เป็นอย่างมาก
5. พกพาสะดวก สามารถนำติดตัวไปได้ทุกที่
ด้วยขนาดที่เล็กกระทัดรัดและนำหนักเบา การพกพาแฟลชไดร์ฟติดตัวแทบจะไม่สร้างภาระใดๆ ให้แก่เราเลย ดังนั้นไม่ว่าจะเป็นการทำงานนอกสถานที่ การพรีเซนต์งานนำเสนอ การประชุม หรือจะเป็นการนำเอกสารไปเปิดที่ร้านเพื่อทำการพริ้นท์ก็สามารถทำได้ด้วยแฟลชไดร์ฟเล็กๆ ชิ้นเดียว
จะเห็นว่าแฟลชไดร์ฟเป็นอุปกรณ์ที่ให้ประโยชน์แก่ผู้ใช้อย่างมาก หากเราใช้อย่างถูกวิธีและเต็มประสิทธิภาพการใช้งานของมัน

สินค้าที่คุณอาจสนใจ

สั่งทำ สั่งผลิต USB แฟลชไดร์ฟ พร้อมสกรีนโลโก้ แบรนด์ องค์กร หรือข้อความของคุณได้ง่าย ๆ สอบถามได้เลย CLICK!










ใช้งานแฟลชไดร์ฟให้เป็น เพิ่มประสิทธิภาพ เพิ่มความคุ้มค่า!

แฟลชไดร์ฟคืออุปกรณ์คอมพิวเตอร์ชนิดหนึ่งที่ใช้สำหรับการบันทึกข้อมูลและถ่ายโอนข้อมูลต่างๆ ได้อย่างรวดเร็ว ช่วยอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ใช้งานในการทำงานลักษณะต่างๆ อีกทั้งยังมีขนาดเล็ก สามารถพกพาติดตัวได้สะดวก...

แฟลชไดร์ฟคืออุปกรณ์คอมพิวเตอร์ชนิดหนึ่งที่ใช้สำหรับการบันทึกข้อมูลและถ่ายโอนข้อมูลต่างๆ ได้อย่างรวดเร็ว ช่วยอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ใช้งานในการทำงานลักษณะต่างๆ อีกทั้งยังมีขนาดเล็ก สามารถพกพาติดตัวได้สะดวก แฟลชไดร์ฟจึงกลายเป็นอุปกรณ์ชิ้นสำคัญสำหรับคนใช้งานคอมพิวเตอร์ไปในที่สุด แต่ในการใช้งานนั้นหากเราใช้ผิดวิธีหรือไม่ระมัดระวัง ก็อาจเกิดความเสียหายขึ้นกับแฟลชไดร์ฟได้เช่นเดียวกัน
ตามปกติแล้วอุปกรณ์คอมพิวเตอร์หรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ มีวิธีการใช้งานที่คล้ายคลึงกัน แต่ในอุปกรณ์บางชิ้น เช่น แฟลชไดร์ฟ อาจจะมีรายละเอียดปลีกย่อยบางส่วนที่มีความแตกต่างจากอุปกรณ์อย่างอื่น ซึ่งหากไม่ระมัดระวังอาจสร้างความเสียหายให้ข้อมูลที่ถูกบันทึกอยู่ในแฟลชไดร์ฟหรือหน่วยความจำได้ ในขั้นแรก การนำแฟลชไดร์ฟไปใช้บันทึกข้อมูลจากคอมพิวเตอร์ของเราต้องเสียบทางช่อง USB ที่ออกแบบมาให้ซัพพอร์ทหัวเชื่อมต่อของแฟลชไดร์ฟ จากนั้นต้องทำการแสกนไวรัสก่อนทุกครั้งเพื่อป้องกันไวรัสคอมพิวเตอร์ที่อาจติดมาจากคอมพิวเตอร์สาธารณะเครื่องอื่นๆ ที่เรานำแฟลชไดร์ฟไปใช้งาน ด้วยการเปิดโฟลเดอร์ My Computer แล้วคลิกขวาที่ไดร์ฟของตัวยูเอสบีของเรา จากนั้นเลือกเมนู Scan เพื่อให้โปรแกรมแอนตี้ไวรัสในเครื่องทำการค้นหาและฆ่าไวรัส เพื่อป้องกันไวรัสจากคอมพิวเตอร์อื่นแพร่กระจายและสร้างความเสียหายให้กับคอมพิวเตอร์ของเรา รวมถึงเพื่อกำจัดไวรัสที่อยู่ในแฟลชไดร์ฟด้วย
เมื่อใช้งานเสร็จหลายท่านอาจถอดแฟลชไดร์ฟออกจากยูเอสบีเลยทันที ซึ่งวิธีนี้เป็นวิธีที่ผิด อาจสร้างความเสียหายให้แก่ข้อมูลที่ถูกบันทึกไว้และทำให้หน่วยความจำภายในตัวแฟลชไดร์ฟเสียหายได้ วิธีการที่ถูกต้องคือ คลิกขวาที่สัญลักษณ์แฟลชไดร์ฟที่มุมขวาล่างของหน้าจอคอมพิวเตอร์ จากนั้นเลือกเมนู Safety Remove Hardware เมื่อปรากฎหน้าต่างคำสั่งขึ้นมา ให้คลิกเลือกคำว่า Safety Remove USB Mass Storage Device จากนั้นสัญลักษณ์แฟลชไดร์ฟจะหายจากหน้าจอไป เราจึงทำการดึงอุปกรณ์ออกจากช่องยูเอสบี วิธีนี้จึงเป็นการเลิกใช้งานที่ถูกวิธีและไม่ทำอันตรายต่อข้อมูลรวมถึงหน่วยความจำภายในอุปกรณ์
หากเราใช้งานแฟลชไดร์ฟอย่างถูกวิธี จะสามารถช่วยยืดอายุการใช้งานของเจ้าอุปกรณ์บันทึกและถ่ายโอนข้อมูลชิ้นนี้ให้ยาวนานยิ่งขึ้นได้ เพิ่มความคุ้มค่าแก่การใช้งานแฟลชไดร์ฟให้มากขึ้น อีกทั้งยังป้องกันข้อมูลเอกสารสำคัญๆ ที่ถูกบันทึกลงในหน่วยความจำของแฟลชไดร์ฟไม่ให้ได้รับคาวมเสียหายจนต้องเสียงาน นอกจากนี้การใช้งานที่ถูกวิธี จะช่วยป้องกันไวรัสเข้าสุ่ตัวอุปกรณ์อีกทั้งยังช่วยป้องกันไวรัสเข้าสู่เครื่องคอมพิวเตอร์ของเราได้ ซึ่งเรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญมากของผู้ใช้อุปกรณ์คอมพิวเตอร์ทุกคน

สินค้าที่คุณอาจสนใจ

สั่งทำ สั่งผลิต USB แฟลชไดร์ฟ พร้อมสกรีนโลโก้ แบรนด์ องค์กร หรือข้อความของคุณได้ง่าย ๆ สอบถามได้เลย CLICK!